ความจริง คือ แสงสว่างสู่ทางออกของปัญหา

Tuesday, August 28, 2012

ความกล้าและความงามทางจริยธรรมสมัยก่อน...กับสมัยนี้




ได้ดูหนังไทยเรื่องเพื่อน-แพง ที่คุณสรพงษ์ ชาตรี ได้แสดงไว้
โดยเฉพาะในแง่คำสาบาน ความซื่อสัตย์ ความจริงใจ และความรักที่บริสุทธิ์
คำพูดและบทที่แสดงถึงความกล้า ความจริงใจ และจริยธรรมสมัยก่อนนั้น
มันเห็นจริง จับใจ และชวนขนลุกยิ่งนัก

ผิดกับคำอันสวยหรูของไอ้และอีที่อยู่ในสภาและในหน้าสื่อปัจจุบันนี้
ล้วนแต่พูดเพื่อเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่ผู้อื่น
หลอกหลวงด้วยความจริงที่ซ่อนเงื่อน และเจตนาที่ผิดศีลธรรมจรรยา
ในส่วนการกระทำเล่า ก็ยิ่งตอแหลอย่างหน้าด้าน ๆ
หลักการชี้ไปซ้าย แต่ฉันจำต้องไปขวา
คำมั่นสัญญา ไม่ว่าจะเป็นวาทกรรมที่ให้ไว้ หรือจะด้วยพันธะทางใจ
เราจะทวง จะหาจากใครได้....

เพราะภายใต้ระบอบเผด็จการนี้
คนดีก็เลวได้ และคนเลวก็เลวแล้วดูดีได้
ก็โชคดีที่กฎแห่งกรรมมันมีจริง ประชาชนไม่ใช่งี่เง่า ให้ถูกหลอกใช้ไปตลอด
วันนี้ราษฎรตาสว่าง เขาจึงลุกขึ้นมาทวงคำสัญญา ทวงอำนาจและสิทธิประโยชน์ของพวกเขา

แม้ว่าเราจะฟังวจีของไอ้ลอที่บาดคม ลึก กินใจ และชื่นชมมันยิ่งนัก
แต่จะให้ตายแทนใคร หรือตายแบบไร้เหตุผล หรือเพราะพันธะทางใจกับใครที่เขาไม่จริงใจด้วยนั้น
เห็นท่าจะยาก  เพราะนี่มันปี 2555  ปีที่ความจงรักภักดีแบบไม่มีเงื่อนไข มันหมดไปแล้ว เฟ้ย...อิ ๆ 

 

Monday, August 20, 2012

สรุปข่าวประจำวันที่ 20 สิงหาคม 2555

หายไปหลายวัน วันนี้เอาข่าวมาฝาก จากคุณสิริกัญญาและทีมงานเ่ช่นเคยนะครับ

ด้วยศรัทธาเสมอ
piangdin

Watch..VoiceTv....August 20, 2012
 
นายกฯ เปิดงานOTOP Midyear 2012
 
นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงานโอท็อป มิดเยียร์ 2012 สู่ประชาคมอาเซียน พร้อมย้ำรัฐบาลจะมุ่งพัฒนาสินค้าโอท็อปสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนให้ประชาชน
 
 
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดงานโอทอป มิดเยียร์ 2012 สู่ประชาคมอาเซียน ที่อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพค เมืองทองธานี  
 
โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัมนาเศรษฐกิจรากฐานของประเทศ ด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน รวมถึงการยกระดับและพัฒนาผลิตภัณฑ์โอทอป ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นรวมถึงการนำความรู้และวิทยาการที่ทันสมัยการศึกษาวิจัยต่าง ๆ  เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นเป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมกับการน้อมนำการดำเนินงานของศูนย์ศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถมาเป็นหลักในการทำงานและพัฒนาสินค้าโอทอป รวมถึงเปิดตลาดใหม่ให้กับผู้ประกอบการ ทั้งโครงการใฝากทูตไปขาย รวมถึงการขอความร่วมมือจากห้างสรรพสินค้าชั้นนำให้นำสินค้าโอทอปมาวางจำหน่ายเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการโอทอปของไทย
 
 
ทั้งนี้ การจัดงานในครั้งนี้ได้นำผลิตภัณฑ์โอทอประดับ 3-5 ดาว ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ผ้าไหม ผ้าทอมือ ซึ่งเป็นของใช้ของตกแต่ง ของที่ระลึก สมุนไพรมาจัดแสดงและจำหน่ายกว่า 3,131 ร้านค้า รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมสินค้าโอทอปต่างๆ มากมาย  
by wiroon
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
'สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย' นั่งรองปธ.วุฒิสภาคนที่ 1
http://news.voicetv.co.th/thailand/47984.html
รองประธานวุฒิสภาคนที่1 ตกเป็นของ ส.ว.สรรหา "สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย" ชนะ "สุรเดช  จิรัฐิติเจริญ " ส.ว.ปราจีนฯ  73 : 69 เสียง 
 
ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเสียงเกินกึ่งหนึ่งจำนวน 73 คนจากสว.ที่เช้าประชุมทั้งหมด 144 คน เลือกนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สว.สรรหา ดำรงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาคนที่1 แทนนายนิคม ไวยรัชพานิช ขณะที่ นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สว.ปราจีนบุรีได้ 69 คะแนน ขณะที่สว.งดออกเสียง 1 คน โดยขั้นตอนต่อจากนี้ เลขาธิการวุฒิสภาจะมีหนังสือแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลต่อไป
 
นายสุรชัย กล่าวภายหลังได้รับเลือกจากวุฒิสภาว่า จะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดโดยยึดความถูกต้องความเป็นธรรมและความสุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง แม้จะได้ทำหน้าที่รองประธานวุฒิสภาแต่ยืนยันว่าส่วนตัวยังคงเป็นนายสุรชัยเหมือนเดิมที่จะพร้อมยินดีรับใช้และให้ความช่วยเหลือสว.ทุกคนเหมือนเดิม
 
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

ความจริงเพื่อความปรองดอง "กระสุน 126,663 นัด"

รายการ Wake up Thailand ประจำวันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2555
นำเสนอประเด็น
 
 
- บรรหารอายุครบ 80 ปี
- ทักษิณพบผู้นำธุรกิจเกาหลีใต้
- ปชป. เผย รัฐบาลปิดช่องตรวจสอบ
- ศปช.เปรียบ สลายการชุมนุมเม.ย.-พ.ค.53เป็นอาชญากรรมที่รัฐทำต่อปชช.
- ถนนทรุด!กลางสี่แยกอโศกจราจรติดหนัก 
- สุขุมพันธ์ลงผู้ว่าฯอีกสมัยเเน่ 
- คนกรุงเทพฯใช้ Facebook มากกว่าเมืองอื่นในโลก 
- Assange เเถลงให้สหรัฐฯหยุดล่า Whistleblower
- ญี่ปุ่นปักธงบนเกาะพิพาทเซนกากุ
 
20 สิงหาคม 2555 เวลา 08:09 น.
 
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
ดีเอสไอประชุมชันสูตรศพเพิ่ม รวมศพ.เสธ.แดง
ดีเอสไอ ประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวน เพื่อหารือความคืบหน้าในคดีชันสูตรพลิกศพ ผู้เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุม 98 ศพ และหารือเพื่อเรียกพลซุ่มปืนเข้าให้ปากคำ 
คณะทำงานสืบสวนชันสูตรพลิกศพที่มีพันตำรวจเอก ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดี ดีเอสไอและหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนคดีพิเศษร่วมกับพลตำรวจตรีอนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และหัวหน้าชุดสืบสวนชัณสูตรพลิกศพกรณีการเสียชีวิตของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือ นปช.ในช่วงเหตุการณ์สลายการชุมนุมช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 ประชุมร่วมกันเพื่อหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าในการรวบรวมหลักฐานเพื่อสรุปสำนวนคดีการเสียชีวิตของแนวร่วม นปช.ทั้ง 98 ศพ
ล่าสุดขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนร่วมกับอัยการได้ทำการสอบสวนสำนวนเสร็จสิ้นไปแล้วจำนวน 19 ศพ และอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมอีก 3 ศพ และ 1 ใน 3 ศพมีศพของพลตรีขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง รวมอยู่ด้วย
 วนการประชุมในวันนี้นอกจากจะมีการรายงานเกี่ยวกับความคืบหน้าในการรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว ทางคณะทำงานจะหารือเพื่อกำหนดวันเรียกพลซุ่มปืนเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนด้วย
นอกจากนี้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้แถลงข่าวตอบโต้กรณีที่นายวัชระ เพรชทอง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหานายธาริต  ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ดีเอสไอเป็นเครื่องมือของนักการเมือง ซึ่งทำให้ตนเองเสียหาย และประชาชนเข้าใจผิด เนื่องจากในฐานะอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นหน่วยงานที่ต้องทำงานตามคำสั่งของรัฐบาล
""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""
สพฐ.โต้ ผู้ปกครองต้องดูแลการใช้งานแท็ปเล็ต
 
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระบุปัญหาการเข้าถึงเว็ปไซต์ลามกอนาจารในแท็ปเล็ตในโครงการ "One tablet per child" ในการนำแท็ปเล็ตกลับไปใช้งานที่บ้านนั้น ทางออกคือผู้ปกครองต้องใส่ใจดูแลการใช้งานอย่างใกล้ชิด

จากกรณีผู้ปกครองเด็กนักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 1 ทดสอบการสกัดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ลามกอนาจารผ่านทางแท็ปเล็ตที่รัฐบาลแจกให้กับนักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 1 ซึ่งพบว่าสามารถเข้าเวปไซต์ลามกอนาจารได้ทุกเว็ป ส่งผลให้เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ ถึงระบบการการป้องกันบล็อคเว็ปไซต์ไม่เหมาะสม ตามที่กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ได้ระบุก่อนหน้านี้ว่า ได้มีติดตั้งระบบบล็อกการเข้าถึงเว็ปไซต์ที่ไม่เหมาะสมไว้หมดแล้ว
นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. เปิดเผยว่า ทางกระทรวงศึกษาธิการและไอซีที ได้ร่วมมือดำเนินจัดทำโปรแกรมบล็อคเว็ปไซต์ไม่เหมาะสมแล้ว แต่การลงโปรแกรมป้องกันนั้นอยู่ในระบบเอฟเซริฟเวอร์ของการใช้สัญญาณอินเตอร์เนตภายในโรงเรียน ซึ่งเด็กไม่สามารถเข้าเว็ปไซต์ไม่เหมาะสมในพื้นที่โรงเรียนได้อย่างแน่นอน แต่ที่ไม่ได้ลงระบบบล็อคเว็ปไซต์ไว้ในตัวเครื่องนั้นเพราะทำได้ยาก ดังนั้น หากโรงเรียนอนุญาตให้เด็กสามารถนำแท็ปเล็ตกลับไปเข้าสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่บ้าน ต้องขึ้นอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของผู้ปกครองที่จะเข้ามาดูแลการเข้าใช้งานของเด็ก ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ดีกว่า
ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า เครื่องแท็ปเล็ตที่รัฐบาลแจกนั้น สามารถเชื่อมต่อไวไฟกับสัญญาณอินเตอร์เนตที่บ้านได้ ซึ่งหากผู้ปกครองคอยควบคุมดูแลบุตรหลานใช้งานแท็ปเล็ตอย่างใกล้ชิด เชื่อว่า เด็กจะไม่กล้าเข้าเว็ปไซต์ไม่เหมาะสมได้ โดยในปี 2556 เตรียมสร้างเครือข่ายของแท็บเล็ต เพื่อใช้ในการศึกษา จะมีการคัดกรองเนื้อหาทางอินเตอร์เน็ตเพื่อป้องกันปัญหาให้รัดกุมขึ้น
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
ผู้กำกับ Top Gun ฆ่าตัวตาย
 
โทนี สกอตต์ ผู้กำกับหนัง Top Gunกระโดดสะพานในแอลเอ จบชีวิตตัวเองด้วยวัย 68 ปี

สกอตต์กระโดดลงจากสะพานวินเซนต์โธมัส ซึ่งเชื่อมระหว่างซานเปโดร กับเกาะเทอร์มินอล เมื่อเวลาประมาณเที่ยงครึ่ง วันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ยามชายฝั่งกล่าวว่าพบจดหมายลาตายในรถโตโยต้าพริอุสของเขา ที่จอดอยู่บนสะพาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่ามีพยานเห็นเหตุการณ์ขณะเขากระโดดลงไปเอง จึงสันนิษฐานเบื้องต้นว่าฆ่าตัวตาย
ยามชายฝั่งใช้เครื่องโซนาร์ควานหาร่างของเขาในทะเล จนพบศพในเวลา 16.30 น. หรือสี่ชั่วโมงหลังจมหายไป
โทนี สกอตต์ เกิดที่อังกฤษ เป็นน้องชายของริดลีย์ สกอตต์ ผู้กำกับหนังคลาสสิก Alien, Blade Runner, Thelma & Louise และ Gladiator หนังออสการ์ โทนีโด่งดังตั้งแต่กำกับหนังเรื่องที่สอง Top Gun ในปี 1986 ซึ่งทำให้ทอม ครูซ โด่งดังเป็นพลุ ผลงานส่วนใหญ่ของเขาเป็นหนังแอคชั่นเช่น Beverly Hills Cop II, Days of Thunder, Crimson Tide, Enemy of the State, Déjà Vu,     The Taking of Pelham 1 2 3 และ Unstoppable เป็นเรื่องสุดท้ายที่ออกฉายเมื่อ 2 ปีก่อน โดยหนังเรื่องหลังๆ ดาราขาประจำของเขาคือ เดนเซล วอชิงตัน
สกอตต์แต่งงาน 3 ครั้ง มีลูก 2 คนกับภรรยาคนที่ 3 ซึ่งอยู่ด้วยกันจนปัจจุบัน
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
Asia Update...August 20,2012
 
ประชาชนข่าว 20-8-55
 
ตรงไปตรงมา 20-8-55
 
ข่าวเที่ยงDNN 20-8-55
 
คอลัมน์อัพเดท รอคอย ลอยคอ หมัดเด็ด ทางการเมือง จาก ประชาธิปัตย์
http://www.asiaupdate.tv/program/column-update/2111.html
คอลัมน์อัพเดท ใครโกงรับจำนำข้าว 20-8-55
http://www.asiaupdate.tv/program/column-update/2112.html
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""
 
Various News Update...August 20,2012
 
เรืองไกร ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ตรวจสอบพ.ร.ฎ. เงินประจำตำแหน่งรัฐบุรุษไม่ชอบรัฐธรรมนูญ
 
ผู้ร้ายแปลงกายเป็นผู้ดี โดย จำลอง ดอกปิก คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12
 
"สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย" ชนะ"สุรเดช" 73 ต่อ 69 ว่าที่รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1
 
ส.ว.ถกปัญหายาเสพติดในเรือนจำ-จะปกป้องจนท.ตงฉินอย่างไร
 
ส.ว.แนะรัฐบาลทบทวน พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ก่อนเปิดสัมปทาน
 
เปิดแล้ว! เครือข่ายเคเบิลใต้น้ำ"เร็วสุดในเอเชีย" เชื่อม"สิงคโปร์-ญี่ปุ่น"ด้วยความเร็ว 40Gbps
 
ประชาพิจารณ์ โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์
 
"ธาริต"จี้ส.ส.ปชป.ขอโทษผ่านสื่อ อภิปรายใส่ร้าย ยันทำตามนโยบายรัฐบาลที่ถูกกม.
 
ผบ.ทบ.แจงเอกสาร "ศอฉ." หลุดไม่ใช่เอกสารลับ วอนสื่อเพลาๆ ข่าว ขุดคุ้ยปมขัดแย้ง
 
สิงห์ดำดัน"ประชา"ปลัดมท. "วิเชียร"ข้ามห้วยนั่งปลัดคมนาคม "วัชรี"ได้ลุ้นผงาดพาณิชย์ ชงครม.21ส.ค.
 
ทนายแม้วลุยต่อ98ศพ เมินทบ.ฟ้อง บิ๊กตู่แจงปกป้องกองทัพ "ธิดา"ชี้หวังสกัด"โรเบิร์ต"
 
"ดิเรก-บุญชัย"ชิงดำรองปธ.วุฒิวันนี้ รัฐบาลเตรียมโชว์ผลงาน23ส.ค. ก่อนแถลงต่อรัฐสภา
 
ไขคำสั่งลับ"สไนเปอร์" ใครเกี่ยว-ไม่เกี่ยว !!??
 
ว่าที่หัวหน้าพรรคภท.คนใหม่ อนุทิน ชาญวีรกูล "การเมืองไม่มีอะไรที่แน่นอน"
 
มาจากไหน? "มึงไทยมาก" วลีใหม่ชาวเน็ต !!
 
ฮือฮา แม่เหยี่ยวอินทรีทอง"สุดอาฆาต"ไล่จิกชาวบ้าน หลังแค้นลูกน้อยถูกจับกิน
 
ตระกูล"มาลีนนท์"ทุ่มซื้อ"ปาลิโอ-จุลดิศ" เปลี่ยนชื่อรร.เป็นบาลิออสเขาใหญ่
 
“มาร์ค-เทือก” ร่อนจม.เลื่อนให้ปากคำคดีปราบม็อบ-ยิงดับแท็กซี่แดง อีก 15 วัน
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNME5UUTBOekUwTUE9PQ==&subcatid=
 
ผบ.ทบ.ชี้เอกสารศอฉ.หลุดไม่ใช่เรื่องลับ -ลั่นไม่กลัว
 

ไก่อูรับ-คำสั่ง ศอฉ. ของจริง ให้ใช้ "สไนเปอร์"

อ้างกฎ-จากเบาไปหาหนัก ไม่ยิงฟุ่มเฟือย-แค่จำเป็น "โรเบิร์ต" ลั่นสู้คดี ทบ. ฟ้อง ศปช. เปิดรายงาน พ.ค. เลือด

นาง พะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ "น้องเกด" อาสาพยาบาล 1 ใน 6 ศพวัดปทุมฯ ขึ้นเวทีงานรำลึกคนเสื้อเเดงที่เสียชีวิตในเหตุการณ์เดือน พ.ค. 2553 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 19 ส.ค.
"ไก่อู" อดีตโฆษก ศอฉ. รับเป็นเอกสารของจริง คำสั่งใช้ "สไนเปอร์" พลซุ่มยิงในเหตุการณ์สลายม็อบ 98 ศพ ชี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เคยชี้แจงต่อสังคมไปแล้ว เป็นการใช้กำลัง จากเบาไปหาหนัก อ้างพลแม่นปืนเป็นมาตรการสุดท้าย หากไม่สามารถหยุดยั้งการกระทำผิดได้ ก็มีความจำเป็น แต่ไม่ใช้ฟุ่มเฟือย หรือตามอำเภอใจ ขณะที่ "บิ๊กตู่" แจงเหตุฟ้อง "โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม" พาดพิงกองทัพเสียหาย ผิด-ถูกว่าไปตามกระบวนการ รอง ผบช.น. ตั้งทีมสอบ สวน สั่งแปลคำปราศรัยภาษาอังกฤษ ตรวจสอบเข้าข่ายหมิ่นหรือไม่ ด้านโรเบิร์ตยืนยันตามคำปราศรัย ลั่นเดินหน้าเอาผิดผู้สั่งฆ่าประชาชน

เปิดรายงานสลายม็อบ 98 ศพ

เมื่อ วันที่ 19 ส.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผล กระทบจากเหตุสลายการชุมนุม (ศปช.) แถลงเปิดรายงานความจริงเพื่อความยุติธรรม เหตุการณ์และผลกระทบจากการสลายการชุมนุม เม.ย.-พ.ค. 53 โดยมีนักวิชาการ และภาคประชาสังคม ร่วมอภิปราย ประกอบด้วย ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ดร.เกษม เพ็ญภินันท์ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ, ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, น.ส.ขวัญระวี วังอุดม จากสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล, รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, นายปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมทั้งนางพะเยาว์ อัคฮาด แม่ของน.ส.กมนเกด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม และนายคารม พลพรกลาง ทนายความกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
ดร.พวง ทองกล่าวว่า ศปช.เริ่มต้นจากคนหนุ่มสาวกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง ที่ไม่สามารถเพิกเฉยต่อความรุนแรงที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กระทำต่อประชาชนในเดือน เม.ย.-พ.ค.53 ผนวกกับความไม่เชื่อมั่นในความเป็นกลางของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ว่าจะทำหน้าที่คืนความยุติธรรมให้แก่เหยื่อในเหตุการณ์สลายการชุมนุมได้ อย่างแท้จริง คนหนุ่มสาวกลุ่มนี้จึงร่วมมือกับนักวิชาการกลุ่มสันติประชาธรรม จัดตั้ง ศปช. เพื่อทำหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานในเหตุการณ์ความรุนแรง เพื่อทวงความยุติธรรมและนำตัวคนผิดมาลงโทษ 

วัน 10 เม.ย. เริ่มต้นเจ็บ-ตาย

จากนั้น ดร.เกษม กล่าวว่า ปฏิบัติการขอ คืนพื้นที่ของรัฐบาลในวันที่ 10 เม.ย. 2553 นำไปสู่การสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่และพลเรือน ทั้งที่เป็นผู้ชุมนุม และไม่ใช่ผู้ชุมนุม แบ่งเหตุการณ์ในวันที่ 10 เม.ย. เป็น 3 ช่วงเวลา คือ 07.30-13.00 น. หลังจากมีคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้กองกำลังทหารหน่วยต่างๆ และเจ้าหน้าที่รัฐเริ่มปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ ก็เคลื่อนกำลังพลออกจากฐานที่ตั้งในกองทัพภาคที่ 1 เพื่อประจำจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้ากองทัพภาคที่ 1 ถนนราชดำเนิน นอกบริเวณถนนเพลินจิต บริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้า มีการปะทะระหว่างกองทหารและกลุ่มผู้ชุมนุมในจุดต่างๆ เป็นระยะ
ดร.เกษม กล่าวว่า โดยฝ่ายทหารใช้โล่ กระบอง แก๊สน้ำตา และปืนประเภทต่างๆ พร้อมกระสุนยาง ขณะที่ฝ่ายผู้ชุมนุมใช้ก้อนหิน อิฐ ขวดน้ำ หนังยาง ไม้ และสิ่งของที่หาได้ในบริเวณนั้นๆ เหตุการณ์ดำเนินไปจนถึงช่วงบ่าย จนในที่สุดทั้ง 2 ฝ่ายถอยร่นกลับฐานที่ตั้งของฝ่ายตนเอง ช่วงที่ 2 เวลา 13.00-17.00 น. กำลังพล 5,000 นาย พร้อมด้วยรถถัง รถบรรทุก 6 ล้อ รถยีเอ็มซี และรถน้ำกว่า 20 คัน เคลื่อนออกจากกองทัพภาคที่ 1 มุ่งหน้าไปยังสะพานผ่านฟ้าฯ เพื่อเข้าคุมพื้นที่ถนนพิษณุโลก รวมทั้งจุดต่างๆ สามารถสรุปจุดปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ชุมนุม ดังนี้ บริเวณด้านหน้ากองทัพภาคที่ 1 สะพานชมัยมรุเชฐ แยกวังแดงคุรุสภา สะพานอรทัย ถนนดินสอหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา สนามม้านางเลิ้ง บริเวณเลียบคลองผดุงกรุงเกษม

ชี้กุ "ผังล้มเจ้า" อ้างเหตุปราบ

ดร.เกษม กล่าวต่อว่า บรรยากาศในช่วงบ่ายเป็นไปอย่างตึงเครียด และมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งผู้ชุมนุมและทหาร รวมทั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนจริง ขณะที่ช่วงเวลา 18.00-21.00 น. มีผู้ชุมนุมถูกยิงเสียชีวิตบริเวณสี่แยกคอกวัว รวม 10 ราย และที่บริเวณถนนดินสอ โรงเรียนสตรีวิทยา อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อีก 9 ราย ช่วงสุดท้ายคือ 21.00-24.00 น. มีคำสั่งให้ถอนกำลังจากบริเวณถนนตะนาว สี่แยกคอกวัว และถนนประชาธิปไตย หลังจากมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งการปรากฏตัวของชายชุดดำ ทั้ง 2 ฝ่ายนำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาล และในช่วงนี้ นายมานะ อาจราญ ลูกจ้างสวนสัตว์ดุสิตถูกยิงเสียชีวิตภายในสวนสัตว์เพิ่มอีก 1 ราย
ส่วน ดร.บัณฑิต กล่าวว่า การใช้คำว่า "กระชับวงล้อม" แทนคำว่า "การสลายม็อบ" ของเจ้าหน้าที่ ทำให้สังคมมีความรู้สึกผ่อนคลาย และเชื่อว่าจะไม่มีความสูญเสียร้าย แรง นอกจากนี้ การจัดทำ "ผังล้มเจ้า" ซึ่งเป็นแผนผังเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ออกเผยแพร่ต่อสาธารณชน ว่ากลุ่มคนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์จะล้มล้างสถาบันกษัตริย์ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เมินเฉยต่อการใช้ความรุนแรงของรัฐกับกลุ่มผู้ชุมนุม นอกจากนี้ ยังมีเอกสารหลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่ามีคนซุ่มยิงผู้ชุมนุม และคนที่ถูกยิงส่วนใหญ่นั้นไม่มีอาวุธอยู่ในมือ รวมทั้งไม่มีการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่ก่อน เห็นได้ชัดว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการ 7 ขั้น ของการควบคุมสถาน การณ์จากเบาไปหนัก รวมถึงหลายกรณีที่พบว่า คนที่ถูกยิงไม่ได้เกี่ยว ข้องกับการชุมนุม แต่เป็นคนที่กำลังใช้ชีวิตอยู่ตามปกติ

ยันรัฐบาลใช้กำลังเกินกว่าเหตุ

ขณะที่ น.ส.ขวัญระวี กล่าวว่า การชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ได้รับการรับรองไว้ใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ที่ไทยเป็นภาคี อย่างไรก็ตาม รัฐสามารถสั่งห้าม หรือสลายการชุมนุมได้ หากการชุมนุมนั้นเป็นการชุมนุมที่ไม่สงบ และเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการสลายการชุมนุมต้องเป็นทางเลือกสุดท้ายที่รัฐจะทำ และต้องแสดงให้เห็นว่ารัฐพยายามปกป้องสิทธิในการชุมนุม รวมทั้งเอื้อให้ผู้ชุมนุมสามารถชุมนุมได้โดยสงบ ขณะที่การใช้กำลังสลายการชุมนุม ในช่วง เม.ย.-พ.ค. 53 นั้น รัฐบาลยืนยันว่าปฏิบัติการทุกขั้นตอน ที่รัฐบาลนำมาใช้นั้นเป็นไปโดยชอบธรรมตามกรอบกฎการใช้กำลังของกองทัพ และกฎหมายสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
น.ส.ขวัญ ระวีกล่าวว่า แต่จากการศึกษาของ ศปช. พบว่าไม่ได้เป็นไปอย่างที่รัฐบาลอภิสิทธิ์กล่าวอ้าง เพราะปรากฏว่ามีการใช้กำลังเกินกว่าเหตุกับผู้ชุมนุม ดังนี้ คือไม่แจ้งให้ผู้ชุมนุม และผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงทราบเกี่ยวกับการสลายการชุมนุมล่วงหน้า ใช้กระสุนจริงยิงใส่ผู้ชุมนุมมือเปล่า หรือปราศจากอาวุธหนักจนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ใช้กระบอง แก๊สน้ำตา และกระสุนยางอย่างไม่ได้สัดส่วนและไม่แยกแยะ สลายการชุมนุมในยามวิกาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

"แม่เกด" ร่วมถกคดีสู่ศาลโลก

ด้านนางพะเยาว์กล่าวว่า หลังจาก น.ส.กมนเกด เสียชีวิตในวัดปทุมฯ นั้น ไม่สามารถเรียกร้องความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมได้ และรู้สึกไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทย เพราะจากบทเรียนในอดีต ผู้ที่ใช้ความรุนแรงต่อประชาชน มักได้รับการนิรโทษกรรม จนภายหลังมีโอกาสได้พูดคุยกับนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม จึงได้รับคำแนะนำให้นำเรื่องนี้ไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศ แต่นายโรเบิร์ตก็ได้ย้ำว่า ความหวังนั้นริบหรี่ อย่างไรก็ตาม ศาลอาญาระหว่างประเทศก็ให้ความสนใจคดีนี้พอสมควร จากที่ให้เวลาไต่สวนมูลฟ้อง 1 ชั่วโมง ก็ขยายไปอีกกว่าครึ่งชั่วโมง แม้ความหวังจะริบหรี่ แต่ยืนยันจะเดินหน้าต่อไป ไม่ยอมแพ้
ส่วนนาย ปิยบุตรกล่าวว่า แม้รัฐบาลตัดสินใจลงนามยอมรับเขตอำนาจศาล ก็ยังไม่สามารถวางใจได้ว่าศาลอาญาระหว่างประเทศจะรับคดีนี้ไว้ เพราะมีเงื่อนไขอยู่หลายข้อ เช่น ต้องเป็นคดีเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ คดีอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และสงคราม อีกทั้งสถานะของศาลอาญาระหว่างประเทศเป็นเพียงศาลเสริม คือต้องให้กระบวนการยุติธรรมในประเทศดำเนินเสร็จสิ้นก่อน หรือกระบวนการยุติธรรมในประเทศไม่มีเจต จำนงจะดำเนินคดี หรือไร้ความสามารถในการดำเนินคดีอย่างสิ้นเชิง ศาลอาญาระหว่างประเทศจึงจะมีอำนาจในการพิจารณาคดี ส่วนรัฐบาลควรมีความตรงไปตรงมาในเรื่องนี้ หากจะลงนามก็ควรดำเนินการ แต่ถ้าไม่ลงนาม ก็ควรออกมาให้เหตุผล ไม่ควรขายความฝันโดยการบอกว่ากำลังศึกษาอยู่ หรือต้องรอคุยกับกระทรวงโน้นกระทรวงนี้ก่อน หรือยอมรับตามตรงว่าไม่ลงเพราะกลัว

"ไก่อู" รับจริง-คำสั่งสไนเปอร์

ส่วนกรณีมีผู้นำเอกสารมาเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต โดยอ้างว่าเป็นหนังสือราชการของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้สไนเปอร์ ในเหตุ การณ์สลายม็อบ 98 ศพ นั้น พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก และอดีตโฆษก ศอฉ. กล่าวว่า เอกสารดังกล่าวเป็นฉบับจริง เนื้อหาในรายละเอียดทั้งหมดไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่เคยอธิบายความไปเมื่อสมัย ศอฉ. ฉะนั้น จะเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยก็ไม่มีปัญหา เพราะเป็นเรื่องเดิม หมายความว่าการปฏิบัตินั้นมีมาตรการตามหลักสากลจากเบาไปหาหนัก
โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า เพียงแต่ว่าเอกสารที่ถูกเปิดเผยออกมานี้ ตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะ เป็นความตั้งใจของใครไม่รู้ ที่เอาเฉพาะใบสุดท้ายมาเปิดเผย ทำให้สังคมไม่ได้เห็นว่า ในใบแรกๆ คือใบที่ 1, 2, 3 และ 4 เขียนถึงมาตรการในการใช้กำลัง ตั้งแต่เบาไปหาหนัก เริ่มจากการชี้แจงทำความเข้าใจ อธิบายความเป็นต้นมา แต่กลับไปนำใบสุดท้ายมาเปิดเพียงใบเดียว ซึ่งใบสุดท้ายก็หมายความว่า เมื่อผ่านมาตรการทั้งหมดมาแล้ว ยังไม่สามารถที่จะหยุดยั้งการกระทำผิดกฎหมายได้ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้อาวุธ แต่ไม่ได้ใช้แบบฟุ่มเฟือย หรือใช้ตามอำเภอใจ

ยันชี้แจงได้-ไม่มีซ่อนเร้น

   "เจ้าหน้าที่มีหลักการใช้อาวุธอยู่ คือเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ติดอาวุธสงคราม กำลังจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ หรือกำลังจะทำร้ายพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ เราก็มีพลแม่นปืนระวังป้องกัน ที่จะดำเนินการตามขั้นตอน ด้วยไม่สามารถหลีกเลี่ยงเป็นอย่างอื่นได้ ซึ่งเอกสารใบสุดท้ายนี้ ก็ว่าด้วยหลักการอย่างนี้" พ.อ.สรรเสริญ กล่าว
อดีตโฆษก ศอฉ. กล่าวต่อ ว่า ถ้ามาถามก็ต้องตั้งข้อสังเกตว่าในใบแรกๆ ที่พูดถึงมาตรการในการดำเนินการตามขั้นตอนของหลักสากล ตั้งแต่เบาไปหาหนัก ทำไม่ไม่เอามาเปิดเผย ซึ่งก็ไม่มีอะไรที่ต้องวิตกกังวล เพราะเป็นเรื่องที่ ศอฉ. ในสมัยนั้นได้ชี้แจงอธิบายความ ทำความเข้าใจกับประชาชนมาโดยตลอดอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติที่สามารถชี้แจงได้ ไม่ได้มีอะไรแอบแฝงซ่อนเร้นที่เจ้าหน้าที่จะทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ ผู้ไม่มีอาวุธไม่มีในนั้นแน่นอน และการออกมาเปิดเอกสารนี้ไม่มีผลกับคดีอะไร เพราะการตัดสินคดีความก็ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม และเนื้อหาที่ออกมาเปิดเผย ไม่มีตรงไหนที่บอกว่าให้ยิงทำร้ายพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์

เคยอธิบายให้สังคมทราบแล้ว

   "ถ้าถามว่ามีคนผู้ไม่หวังดีเดินถืออาวุธสงครามกำลังจะทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ หรือกำลังจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ให้ได้รับอันตราย บาดเจ็บ อาจถึงขั้นเสียชีวิต มันมีวิธีการอย่างอื่นบ้างไหม ที่ไม่ใช้วิธีนี้ที่จะป้องกัน" อดีตโฆษก ศอฉ. กล่าว และเมื่อถามว่าคิดว่าผู้ที่ นำมาเผยแพร่มีจุดประสงค์อย่างไร พ.อ. สรรเสริญ กล่าวว่า คิดว่าเป็นเรื่องของผู้ที่ต้องการจะทำให้สังคมเกิดความเข้าใจไปในทิศทางที่ พยายามจะสร้างข้อมูลข่าวสารอยู่แล้ว ถ้าได้ลองวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีบางกลุ่มบางฝ่ายพยายามสร้างกระแส เพื่อให้สังคมไทยเห็นว่าเจ้าหน้าที่ทหารใช้การปฏิบัติการที่เกินเลยกับความ เหมาะสม เจ้าหน้าที่ทหารนั้นใช้อาวุธ ทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ หรือผู้ชุมนุม
โฆษกกองทัพบกกล่าวต่อว่า นี่คือความพยายามที่จะทำให้เกิดข่าวแบบนี้ เพราะฉะนั้นการนำเอกสารเหล่านี้มาปล่อย ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่า คงจะเป็นวิธีการที่จะสนับสนุน เพื่อให้ข่าวทั้งหลายเหล่านั้นเกิดความรู้สึกกระจายไปในวงกว้าง น่าเชื่อถือมากขึ้น แต่ทางกองทัพมั่นใจว่า ไม่มีอะไรที่เป็นความลับ ที่จะต้องปิดบัง เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ได้เคยชี้แจงให้สังคมทราบมาแล้ว

เผยรายละเอียดในคำสั่ง ศอฉ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหนังสือคำสั่งศอฉ.ดังกล่าว ระบุว่าส่วนราชการ สยก.ศอฉ. ที่ กห.1407.55 (สยก.) ลงวันที่ 17 เม.ย. 2553 เรื่อง ขออนุมัติแนวทางการปฏิบัติในการ ใช้อาวุธเพื่อ รปภ. ที่ตั้งหน่วยและสถานที่สำคัญ รวมทั้งการปฏิบัติ ณ จุดตรวจ/ด่านตรวจและสายตรวจเคลื่อนที่ ลงนามโดย พล.ท.อักษรา เกิดผล หน.สยก.ศอฉ. เสนอ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผอ.ศอฉ. ในเวลา นั้น ก่อนที่นายสุเทพจะลงนามอนุมัติในวันที่ 18 เม.ย. 2553
โดยเฉพาะใน ความสำคัญในข้อ 2.5 ที่ระบุว่า ในกรณีพบความผิดซึ่งหน้าในลักษณะผู้ก่อเหตุใช้อาวุธยิงใส่เจ้าหน้าที่ หรือใช้อาวุธ/วัตถุระเบิดต่อที่ตั้งหน่วยและสถานที่สำคัญ ที่ศอฉ.กำหนด ได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้อาวุธยิงผู้ก่อเหตุ เพื่อหยุดยั้งการปฏิบัติได้ แต่หากผู้ก่อเหตุอยู่ปะปนกับผู้ชุมนุมจนอาจทำให้การใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่ เป็นอันตรายต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ให้งดเว้นการปฏิบัติ ยกเว้นในกรณีที่หน่วยได้จัดเตรียมพลแม่นปืน (Marksmanship) ที่มีขีดความสามารถเพียงพอให้ทำการยิงเพื่อหยุดยั้งการก่อเหตุได้ นอกจากนี้ หากหน่วยพบเป้าหมายแต่ไม่สามารถทำการยิงได้ เช่น เป้าหมายอยู่ในที่กำบัง ฯลฯ หน่วยสามารถร้องขอการสนับสนุนพลซุ่มยิง (Sniper) จาก ศอฉ. ได้

"บิ๊กตู่" ชี้เหตุต้องฟ้อง "โรเบิร์ต"

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสั่งการกรมพระธรรมนูญแจ้งความดำเนินคดีนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ที่ปรึกษากฎหมายเสื้อแดง ในข้อหาหมิ่นประมาทกองทัพบก โดยปราศรัยว่ารัฐบาลซื้ออาวุธจากสหรัฐมาเข่นฆ่าประชาชน และรัฐบาลสหรัฐส่งสไนเปอร์มาสอนสไนเปอร์ไทยว่า เป็นเรื่องของกระบวนการ สถาบัน และหน่วยงาน เพราะฉะนั้นกรณีที่มีใครมาพาดพิงหน่วยงาน ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ก็มีคณะทำงานคือกรมพระธรรมนูญที่เป็นฝ่ายกฎหมาย ก็เหมือนกับบริษัทที่เวลามีใครมาหมิ่นประมาท ก็ต้องดำเนินการ จะผิดหรือถูกก็ต้องไปว่ากันตามกระบวนการ
   "ผมเปรียบเสมือนเจ้าของ บริษัท ก็ต้องอนุมัติเมื่อมีการเสนอมาว่ามีความผิด ก็ว่ากันไป ถ้าไม่ผิดศาลก็ว่ามา ถ้าเป็นท่านหรือครอบครัวจะฟ้องหรือไม่ หรือจะปล่อยเขา ถ้ามาหมิ่นประมาท เรื่องนี้เป็นเรื่องการทำ งาน กรมพระธรรมนูญในกองทัพบกและกระทรวงกลาโหมก็จะมีคณะทำงาน โดยนำเรื่องคดีความต่างๆ กลั่นกรองก่อนจะขออนุมัติจากผบ.ทบ. และคณะกรรมการว่าจะดำเนินการอย่างไร หากผิดผมก็จะอนุมัติเพื่อไปดำเนินการตามกระบวน การยุติธรรม จะผิดจะถูกก็ว่ามา อย่าเอาเราไปเกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นๆ จำไว้ว่าเรื่องสถาบันทหาร เกี่ยวกับชื่อเสียงเกียรติยศของคนทุกคนในกองทัพบก ก็ต้องรักษาชื่อเสียงของคนทุกคนในกองทัพบก ท่านต้องเห็นใจผม ในฐานะที่เป็นองค์กรหนึ่งของรัฐ หากท่านสร้างความไม่น่าเชื่อถือกับกองทัพบก แล้วจะไปหากองทัพไหนมาช่วยท่าน" ผบ.ทบ. กล่าว

บช.น. ตั้งทีมสอบทันที

ส่วน พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. ดูแลงานกฎหมายและสอบสวน กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า มอบหมาย พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว ผบก.น.5 ตั้งคณะพนักงานสอบสวน โดยมีรอง ผบก.น.5 เป็นหัวหน้า และเสนอรายชื่อคณะพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 21 ส.ค. นี้ ส่วนจะเรียกนายโรเบิร์ตมาสอบปากคำหรือไม่นั้น ต้องขอตรวจสอบพยาน และหลักฐานแผ่นซีดีบันทึกคำปราศรัย โดยจะให้กองกำกับการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือผู้เชี่ยวชาญแปลคำปราศรัยก่อน เนื่องจากเป็นคำพูดภาษาอังกฤษ จากนั้นก็จะพิจารณาว่าข้อความดังกล่าว เข้าองค์ประกอบความผิดในข้อหาหมิ่นประมาทหรือไม่
รอง ผบช.น. กล่าวต่อ ว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 20 ส.ค. เวลา 09.30 น. พนักงานสอบสวนคดีสลายม็อบ 98 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 2,000 คน จะร่วมประชุมหารือกันที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยมีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ และ พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นผู้กำหนดแนวทาง และมอบหมายหน้าที่ ส่วนการเรียกตัวผู้ปฏิบัติ หรือสไนเปอร์มาสอบสวนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดีเอสไอว่าจะพิจารณาให้เรียกใครมาสอบสวน โดยใช้ดีเอสไอเป็นสถานที่สอบปากคำ 

"โรเบิร์ต" ยันตามคำปราศรัย

วันเดียวกัน เว็บไซต์ของนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ระบุถึงข่าวที่ พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการให้ พ.ท.สายัณห์ ขุนขจี แจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาททางอาญาต่อนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม และล่ามแปลภาษา กรณีนายอัมสเตอร์ดัมปราศรัยโจมตี เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา ในวาระวันครบรอบ 2 ปีเหตุ การณ์ปราบปรามผู้ชุมนุมเสื้อแดง 98 ศพ โดยนายอัมสเตอร์ดัมกล่าวประณามการสังหารหมู่ประชาชน พร้อมวิจารณ์ว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาสนับสนุนอาวุธ รวมถึงฝึกกองทัพไทย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้อยคำดังกล่าวทำลายชื่อเสียงของกองทัพ
นายอัมสเตอร์ดัมกล่าวว่า ขอยืนยันตามคำปราศรัย และจะเดินหน้าทำงานเพื่อลงโทษผู้นำระดับสูงที่สั่งสังหารประชาชนตามข้อหา อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ สิ่งที่แน่นอนคือ คนที่สังหารประชาชนเพื่อปกป้องอำนาจ และความเป็นอภิสิทธิ์ชนของตนเอง จะไม่สามารถรอดพ้นความผิดที่กระทำลงไปอย่างแน่นอน

เสื้อแดงจัดเวที "จับ ศอฉ. มัด"


เวลา 15.00 น ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย คนเสื้อแดงในนามกลุ่มเสรีราษฎร นำโดยนางพะเยาว์ อัคฮาด และนายณัทภัช อัคฮาด แม่และน้องชายของ น.ส.กมนเกด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงเสียชีวิตภายในวัดปทุมฯ จัดเวทีปราศรัยในหัวข้อ "จับ ศอฉ. มัด บินรัดสู่ศาลโลก" พร้อมทั้งมีการแสดงดนตรี
นางพะเยาว์กล่าว ว่า มาเรียกร้องความยุติธรรมให้พี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐบาลลงนามรับรองขอบเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ เฉพาะกรณีสลายม็อบ เม.ย.-พ.ค.2553 ให้เข้ามาขับเคลื่อนกระบวนการตรวจสอบคดีอีกทางหนึ่ง โดยทำควบคู่ไปกับการตรวจสอบของศาลไทย เพราะเกรงว่าจะมีกระบวนการขัดขวาง และการเมืองในขณะนี้เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาเราจึงไว้ใจใครไม่ได้
   "หากเดือนนี้รัฐบาลยังไม่ให้คำตอบเรื่องลงนามรับรอง เดือนหน้าเราก็จะทวงถามอีก และจะมีมาตรการเคลื่อนไหวกดดันไป เรื่อยๆ ไม่ว่ารัฐบาลจะลงนามหรือไม่ก็ต้องมีคำตอบให้ประชาชน เพราะเราให้เวลารัฐบาลพิจารณาอยู่แล้ว" นางพะเยาว์ กล่าว
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

ศปช. เปิดฉบับสมบูรณ์รายงานสลายชุมนุม 53-ฉบับ คอป. กรรมการสิทธิฯ ยังเงียบ

ประชาไท 20 สิงหาคม 2555 >>>




ศปช. เปิดตัวรายงานฉบับสมบูรณ์ 933 หน้า รวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงการสลายการชุมนุม เม.ย.-พ.ค. 53 เชื่อเป็นฉบับผู้สูญเสียที่ละเอียดสุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย แต่ยังติดเข้าไม่ถึงข้อมูลรัฐ เบื้องต้นดูได้ที่ www.pic2010.org เตรียมปรับครั้งสุดท้ายก่อนพิมพ์จำหน่าย 1 ก.ย. ขณะที่ฉบับ คอป. ยังเงียบ ส่วน กสม. เสร็จแล้ว รอผ่านกรรมการชุดใหญ่

19 ส.ค. 55 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการจัดแถลงข่าวรายงาน “ความจริงเพื่อความยุติธรรม: เหตุการณ์และผลกระทบจากการสลายการชุมนุม เมษา-พฤษภา 53” ของศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมเดือน เม.ย.-พ.ค.53  หรือ (ศปช.) พร้อมเตรียมเดินสายอภิปรายรายงานทั่วประเทศ เช่น จ.เชียงใหม่ จ.อุบลราชธานี เป็นต้น
ทั้งนี้ ศปช. ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 53 โดยกลุ่มนักกิจกรรมร่วมกับนักวิชาการกลุ่มสันติประชาธรรม มีเจ้าหน้าที่ทำงาน 5-6 คนในการลงพื้นที่เก็บข้อมูล และสัมภาษณ์พยาน ผู้ได้รับผลกระทบฯ เคยแถลงข่าวมาแล้ว 2 ครั้ง ส่วนในครั้งนี้เป็นการสรุปรายงานร่างฉบับสมบูรณ์ 932 หน้า ซึ่งมีกำหนดพิมพ์เพื่อวางแผงทั่วไปในวันที่ 1 กันยายนนี้ นอกจากนี้ ในเว็บไซต์ดังกล่าวยังมีการย่อยข้อมูลต่างๆ เป็นแผนภาพ แผนที่ต่างๆ ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบจัดทำรายงานเรื่องการสลายการชุมนุมปี 2553 อีกหน่วยคือ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ซึ่งหมดอายุการทำงานเมื่อสิ้นเดือน ก.ค. และมีกำหนดว่ารายงานฉบับเต็มจะออกราวเดือน ส.ค. นี้เช่นกัน ขณะที่อีกหน่วยหนึ่งคือ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้น เคยมีร่างรายงานดังกล่าวเล็ดรอดออกมาจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากเมื่อเดือน ก.ค. ปีที่ผ่านมา และนำกลับไปพิจารณาใหม่อีกครั้ง นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ หนึ่งในอนุกรรมการที่ร่วมจัดทำรายงานกล่าวว่า ร่างรายงานฉบับสมบูรณ์เขียนเสร็จแล้ว แต่จะต้องเข้าที่ประชุมใหญ่ของคณะกรรมการสิทธิก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะ ซึ่งน่าจะดำเนินการได้เร็วๆ นี้
พวงทอง ภวัครพันธุ์ นักวิชาการจากกลุ่มสันติประชาธรรม อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า รายงานฉบับนี้ถือเป็นการบันทึกข้อเท็จจริง ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับประชาชน โดยมุ่งหวังว่าในอนาคต การรวบรวมข้อมูลนี้จะสามารถนำไปสู่การสร้างความเป็นธรรมกับผู้ได้รับผลกระทบและนำคนผิดมาลงโทษได้ อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดสำคัญของคณะทำงานคือการเข้าไม่ถึงข้อมูลจากภาครัฐ ไม่มีอำนาจในการเรียกเอกสารหรือเจ้าหน้าที่มาให้ข้อมูล แต่ก็ได้มีการรวบรวมข้อมูลเอกสารทางการเท่าที่มีการเผยแพร่และหามาได้ไว้ทั้งหมด รวมถึงหลักฐานจำพวกคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตจำนวนมาก และส่วนใหญ่ถูกลบไปแล้ว
   “นี่เป็นรายงานที่สะท้อนเสียงและมุมมองของประชานที่ตกเป็นเหยื่อ และเป็นเสมือนคำประกาศต่อสังคมไทย ว่า เราจะไม่มีวันยอมรับความพยายามใดๆ ที่จะให้ผู้ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง ผู้ที่สูญเสีย ลืม เงียบเฉยและยอมจำนน ต่อความอยุติธรรม  เราไม่มีวันยอมรับการเปลี่ยนการก่ออาชญากรรมต่อประชาชนให้เป็นสิ่งถูกกฎหมาย เราไม่มีวันไม่ยอมรับวัฒนธรรมการบูชาความปรองดองและความมั่นคงของรัฐ แต่ดูถูกเหยียบย่ำสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกกระทำ เราจะไม่มีวันยอมรับวัฒนธรรมการเมืองที่ช่วยโอบอุ้มประเพณีของการปล่อยให้ผู้กระทำผิดที่มีอำนาจลอยนวล” พวงทอง กล่าว




กฤตยา อาชวนิจกุล อาจารย์จากศูนย์สิทธิมนุษยชน มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า รายงาน ศปช. เป็นหนังสือเล่มแรกใน ประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยที่ให้รายละเอียดผู้เสียชีวิตเป็นรายๆ ไป เมื่อก่อนแม้มีการทำรายงาน ก็เป็นเพียงเชิงอรรถ เป็นฟุตโน้ตเล็กๆ ว่าใครตายจำนวนเท่าไร แต่งานนี้ต้องการบอกว่า เชิงอรรถนี้มีความสำคัญ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้การอำพราง ความอัปลักษณ์และความอำมหิต ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง คอป. ก็อิหลักอิเหลื่อ มีความขัดแย้งในตนเอง ในหน้าที่ค้นหาความจริงกับการปรองดอง ส่วนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ล้มเหลวในการทำหน้าที่
กฤตยา ยังกล่าวถึงประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ “ความตายที่พร่าเลือน” ซึ่งเป็นผลจากการชันสูตรพลิกศพ  และสามารถสรุปได้เลยว่าไม่ได้รับความเอาใจใส่จากแพทย์มากพอในการทำรายงานการชันสูตรพลิกศพที่ละเอียด ที่มีอยู่ก็มีความหละหลวม และมีข้อมูลผิดพลาดหลายราย จนญาติของผู้เสียชีวิตต้องทำคำร้อง เช่น กรณีนายอัครเดช ขันแก้ว ผู้เสียชีวิตที่ถูกยิงในวัดปทุมฯ รายงานชันสูตรศพบอกว่า ถูกทุบด้วยของแข็ง
   “ที่สำคัญ รายงานเหล่านี้ไม่เผยแพร่สาธารณะ เราขอเรียกร้องให้เปิดเผย เพราะในปี 2535 มีการนำเอกสารชันสูตรพลิกศพ เปิดเผยสาธารณะ และสามารถนำมาวิเคราะห์เชิงวิชาการได้” กฤตยา กล่าว
นอกจากนี้กฤตยายังกล่าวอีกว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือ การปฏิเสธความยุติธรรม ดังนั้นจึงเสนอให้ดีเอสไอโอนเรื่องกลับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อให้มีการไต่สวนการตาย เพื่อให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว ที่ผ่านมาดีเอสไอใช้เวลานานมาก จนถึงเดือนมกราคม 2554 ถึงยอมแถลงว่าการตายแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งคิดว่าเป็นการกระทำกับ นปช. และกลุ่มเกี่ยวพัน จำนวน 12 ราย กลุ่มสอง พบพยานแล้วว่าเกี่ยวกับการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ตอนแรกระบุว่ามี 13 ราย แต่เมื่อ 18 พ.ค. ที่ผ่านมาระบุว่ามี 22 ศพ กลุ่มสาม สอบสวนแล้วแต่ไม่ปรากฏตัวผู้กระทำผิด 64 ราย แบ่งเป็น 18 คดี




เกษม เพ็ญภินันท์ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ หนึ่งในทีมงาน กล่าวว่า กลุ่ม นปช. ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา จัดการเลือกตั้งใหม่ ถือเป็นข้อเรียกร้องทางการเมืองตามครรลอง แต่สถานการณ์กลับพาไปสู่ความรุนแรง โดยความรุนแรงเริ่มต้นจากการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 เม.ย. จากเหตุการณ์ล้อมสภาของกลุ่ม นปช. ซึ่งไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็เป็นการจัดการที่เกินกว่าเหตุ และการใช้กฎหมายนี้นำไปสู่การใช้กำลังของหน่วยทหารจนเกิดความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการประกาศ “ขอคืนพื้นที่” ในวันที่ 10 เม.ย. 2553 ซึ่งเกิดการปะทะกัน ดันกันในพื้นที่โดยรอบราชดำเนิน แต่ความรุนแรงถึงขั้นนองเลือดเกิดขึ้นหลัง 5 โมงเย็นถึง 3 ทุ่มครึ่ง
เกษม กล่าวถึงปมปัญหาสำคัญเรื่อง “ชายชุดดำ” ซึ่งคนเสื้อแดงเห็นว่าเป็นฮีโร่มาช่วยในเวลาที่เพลี่ยงพล้ำ ขณะที่ ศอฉ.เห็นว่าเป็นผู้ก่อการร้ายนั้น เขาเห็นว่าเรื่องดังกล่าวยังไม่มีหน่วยงานใดให้ความชัดเจนได้ และเป็นปริศนาภายในกองทัพเอง ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อว่า ชายชุดดำเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ ฉวยใช้สถานการณ์เพื่อสลายขั้วอำนาจในกองทัพ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคนเสื้อแดงเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ทหารกับคนชุดดำยังไล่ล่ากัน ออกมานอกบริเวณปะทะ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ดุสิต เสียชีวิตเพราะลูกหลงจากการปะทะ และจากหลักฐานชี้ชัดว่าถูกยิงโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
เกษมกล่าวว่า สิ่งที่เห็นต่อเนื่องจากเหตุการณ์ความรุนแรงคือ คนเสื้อแดงก้าวพ้นจากข้อกล่าวหาว่าอยู่ในเงาของทักษิณ เขามีพลวัตรทางการเมืองของตนเองและมีการเรียกร้องความเป็นธรรม ยอมไม่ได้กับคนเจ็บคนตาย ทำให้หน่วยการเมืองต้องคล้อยตาม และพยายามจัดการเรื่องนี้
ขวัญระวี  วังอุดม จากโครงการจัดตั้งสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล กล่าวว่า การวิเคราะห์จากเอกสารทางการ เอกสารชันสูตรศพ มีข้อจำกัดที่เอกสารเหล่านี้อาจระบุข้อมูลคลาดเคลื่อน และ ศปช. ไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านกระสุนปืน แต่ก็พยายามตรวจเช็คจากพยานในเหตุการณ์และญาติ โดยมีการสัมภาษณ์พยานเกือบ 80 คน ซึ่งถึงที่สุดรายงานนี้ควรนำมาเทียบดูกับฉบับของ คอป.ที่กำลังจะออกมาเพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์
ขวัญระวี เสนอว่าสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไป คือ ต้องสร้างความจริงให้ปรากฏ ไม่ว่าผ่านวิธีการไต่สวน ตั้งคณะกรรมการอิสระที่เป็นกลาง, นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ,ห้ามใช้ศาลทหาร หรือพิจารณาคดีลับ, สร้างหลักประกันว่ามาตรา 17 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะไม่มีอุปสรรค, ห้ามใช้โทษประหารชีวิต, ชดเชยเยียวยาอย่างทั่วถึง, ปฏิรูปกลไก สถาบันทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง
เสาวลักษณ์ โพธิ์งาม ทนายความอิสระ ที่ร่วมรวบรวมข้อมูลเรื่องการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการชุมนุมกล่าวว่า การรวมรวมข้อมูลยากมากเพราะไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ เมื่อมีการทำจดหมายขอข้อมูลไป บางหน่วยงานก็ไม่ให้เพราะถือว่าไม่ใช่คู่ความในคดี นอกจากนี้ การเก็บข้อมูลจากผู้จับกุมต่างๆ ในหมู่ประชาชนเองก็เกิดสงสัยหวาดระแวงว่าอาจจะเป็น กอ.รมน. หรือเปล่าก็จะถูกปฏิเสธการให้ข้อมูลจากประชาชนด้วย
ในการชุมนุมที่เก็บข้อมูลหลังจากสลายการชุมนุมปี 2553 จนถึง เม.ย. 2555 พบว่า ประชาชนที่ถูกจับกุมมี 1,857 คน ซึ่งบางคนไม่ได้ร่วมชุมนุมด้วย และจากจำนวนทั้งหมดถูกดำเนินคดี 1,763 คน โดยกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่มีคดีมากที่สุด รองลงมาคือภาคอีสาน โดยแยกลักษณะการฟ้องได้ 3 ลักษณะ คือ คดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, คดีอาญาทั่วไปที่ไม่ได้ฟ้องด้วย พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และการฟ้อง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ร่วมกับความผิดอาญาฐานอื่น
ในการดำเนินคดีมีการรวบรัด มีหลายคดีที่เกี่ยวกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ตัดสินคดีโดยลงโทษจำคุก 1 ปี แล้วจำเลยอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ยกฟ้องเพราะการดำเนินคดีในศาลชั้นต้นผิดระเบียบ ศาลอุทธรณ์เชื่อว่าไม่ได้แจ้งสิทธิให้จำเลย คำพิพากษาไม่ชอบก็ต้องกลับมาดำเนินคดีใหม่ เมื่อมาดำเนินคดีใหม่ก็ปัญหาคือ พยานโจทก์ที่ใช้ส่วนมากเป็นทหาร ต้องไปสืบพยานกันตามแหล่งที่อยู่ของทหารตามจังหวัดต่างๆ ทำให้ผู้เสียหายจำนนในการต่อสู้เพราะมีค่าใช้จ่ายสูง
จากการอ่านคำฟ้องหลายคดีพบว่า พยานหลักฐานหลายชิ้นที่ถูกนำมาใช้เพื่ออ้างว่าผู้ต้องหาฝ่าฝืน พ.ร.ก. คือ ตีนตบ ธง นปช. หมวก ผ้าพันคอ พลุ ตะไล เป็นต้น
เสาวลักษณ์ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันมีผู้ที่ติดคุกอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี ไม่ได้รับการประกันตัวอีก 22 คน โดยเธอระบุว่าการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่งผลกระทบต่อกระบวนการดำเนินคดีคือมีการซ้อม มีการจูงใจให้รับสารภาพ แต่ปัญหากระบวนการยุติธรรมนั้นมีมาอย่างยาวนานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมีช่วงเสื้อแดงชุมนุม เพียงแต่การชุมนุมในทางการเมืองทำให้เห็นสองมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรม และขอเรียกร้องให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นรัฐบาลที่เติบโตมาจากหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของคนเสื้อแดงดำเนินการให้สิทธิประกันตัวแก่นักโทษการเมืองเหล่านั้น
 
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

หมอนิรันดร์ ร่วม “ปฏิญญาหน้าศาล” ย้ำการมีนักโทษการเมืองคือการละเมิดสิทธิฯ

ชี้หลักสิทธิมนุษยชนของสังคมไทยกำลังถูกท้าทาย และเปลี่ยนผ่าน เสนอสิทธิในการรับรู้ความจริง-สิทธิในการที่จะเอาคนผิดมาลงโทษ-สิทธิที่จะได้รับการชดเชยและเยียวยา คือสิทธิสำคัญ ต้องสู้ต่อไป

19 ส.ค. 55 เวลา 14.00 น. บริเวณหน้าศาลอาญา รัชดาภิเษก กลุ่มปฏิญญาหน้าศาลซึ่งจัดกิจกรรมหน้าศาลอาญาทุกอาทิตย์ ได้จัดเสวนาในหัวข้อ “นักโทษการเมืองกับสิทธิมนุษยชน” โดยมี นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มาเป็นวิทยากร
นายแพทย์นิรันดร์กล่าวว่าคำที่ตรงกว่าคำว่านักโทษการเมือง คือนักโทษที่มีความคิดเห็นที่ต่าง การมีความคิดเห็นที่แตกต่างในระบอบประชาธิปไตยถือว่าเป็นเรื่องดี และสะท้อนความเป็นประชาธิปไตย ถ้ากำหนดให้คิดเหมือนกันนั่นคือระบอบเผด็จการ ปัญหาการมีคนคิดเห็นต่างแล้วต้องเข้าไปอยู่ในคุก โดยใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือนั้น ยืนยันว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งสิ้น
ในอดีต คนที่เห็นต่างทางการเมืองหรือเห็นต่างในเรื่องนโยบายสาธารณะ ก็มักถูกกล่าวโทษด้วยกฎหมายอาญา เช่น ถูกตราหน้าว่าเป็นคอมมิวนิสต์ในสมัยสงครามเย็น หรือนักศึกษาในสมัย 6 ตุลา 2519 ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ กรณี 4 รัฐมนตรีจากภาคอีสานสมัยทศวรรษ 2490 ที่ถูกมองว่าจะแบ่งแยกดินแดน รางวัลที่ได้รับคือถูกฆ่าตาย รวมทั้งพี่น้องภาคใต้ เช่น กรณีหะยีสุหลง ก็มีความเห็นต่างทางนโยบายให้สามจังหวัดภาคใต้มีอิสระในการจัดการนโยบายตนเอง ก็ถูกกล่าวหาว่าแบ่งแยกดินแดน และรางวัลที่ได้รับคือถูกฆ่าตายเช่นเดียวกัน
ดังนั้น ต้องทำความเข้าใจว่าการต่อสู้ในเรื่องความเห็นต่างทางการเมืองมีมาตลอด และใน 4-5 ปีนี้ก็มีกรณีหลายอย่างที่ทำให้เกิดการละเมิดสิทธิคนที่มีความเห็นต่าง อันทำให้เกิดนักโทษการเมือง เช่น การใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, กฎหมายความมั่นคง, กฎหมายการชุมนุมต่างๆ
แม้แต่กรณีชาวบ้านชุมนุมเรียกร้องประเด็นทรัพยากร อย่างกรณีเขื่อนปากมูนหรือเขื่อนราษีไศลที่ถูกจับ ก็คือข้อหาก่อการร้าย ฉะนั้นเวลาที่จะจัดการกับคนที่เห็นต่างหรือขัดต่ออำนาจ มักจะถูกหาเหตุจากในเรื่องกฎหมาย ถ้าเป็นเรื่องทรัพยากรก็จะเอากฎหมายสิ่งแวดล้อมมาใช้ เช่น ชาวบ้านที่อยู่ในป่าก็โดนข้อหาทำให้โลกร้อน หรือที่หนองแซง ซึ่งคัดค้านโรงไฟฟ้า ก็ถูกตำรวจใช้กฎหมายสลายการชุมนุม
ส่วนกรณีมาตรา 112 ปัญหาของกฎหมายนี้คือการบังคับใช้ และคนที่ใช้อำนาจ เช่น ตำรวจ อัยการ และตุลาการ จุดอ่อนสำคัญของกฎหมายคือใครไปแจ้งความก็ได้ ทำให้เกิดปัญหาว่าคนที่กล่าวหานำสถาบันมาใช้ทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม คู่ต่อสู้ทางการเมือง หรือคนที่คิดเห็นต่างทางการเมือง
ประเด็นที่สำคัญของการแก้ปัญหาจากมาตรา 112 คือการสร้างความชัดเจนให้เกิดความสมดุลระหว่างเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นกับการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ สังคมต้องแยกให้ออกว่าตรงไหนคือเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แบบไหนคือการดูหมิ่น หมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้าย รวมทั้งความสับสนระหว่างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์กับพื้นที่สาธารณะ ต้องแยกให้ออก ถ้าแยกไม่ออกจะเป็นช่องทำให้คนนำสถาบันมาทำลายล้างกัน และจะทำให้สถาบันเสื่อมเสียเสียเอง นอกจากนั้น 112 ยังถูกใช้พ้องไปกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งใช้ในการปิดเว็บไซต์หลายหมื่นเว็บ มีส่วนที่กระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก
ตั้งแต่ช่วงก่อนหน้านี้ทางคณะกรรมการสิทธิฯ ได้มีการตั้งคณะทำงานศึกษาเรื่องการบังคับใช้มาตรา 112 โดยมีนายจอน อึ้งภากรณ์เป็นหัวหน้าคณะ ซึ่งรายงานการศึกษาปัญหาเรื่องนี้ใกล้แล้วเสร็จ จึงจะได้มีการแถลงถึงข้อสรุปดังกล่าวต่อไป
นายแพทย์นิรันดร์ยังกล่าวถึงการใช้กฎหมายความมั่นคง เช่น พ.ร.บ.ความมั่นคง หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทั้งในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้และในการชุมนุทางการเมือง ว่าล้วนเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุดและทำให้ยิ่งแก้ไม่ได้ เพราะนำไปสู่การใช้อำนาจละเมิดสิทธิต่างๆ ทำให้มีการใช้แนวทางการทหารมานำการเมือง ทั้งที่ปัญหาต่างๆ ล้วนเป็นปัญหาทางการเมือง ตนมีความเห็นไปถึงนายกฯ ว่าไม่ควรประกาศใช้ไม่ว่ารัฐบาลไหนทั้งสิ้น และต้องเน้นการคุ้มครองสิทธิในการชุมนุมอย่างสงบ การชุมนุมทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ามีการละเมิดสิทธิการชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก รวมถึงการฆ่ากันตาย 90 กว่าศพ
ส่วนในหลายกรณีที่ถูกจำคุกไปแล้ว ก็ต้องเน้นที่สิทธิในกระบวนการยุติธรรม เช่น การถูกพิจารณาเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่จนกว่าศาลจะตัดสิน การให้สิทธิการประกันตัว สิทธิการดูแลสุขภาพ กระบวนการพิจารณาที่รวดเร็ว ซึ่งสิทธิเหล่านี้รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ทั้งสิ้น แต่ในความเป็นจริงมันก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น
นายแพทย์นิรันดร์ย้ำว่าปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งที่คนต้องการสิทธิ ต้องเป็นฝ่ายต่อสู้เรียกร้อง ถ้าไม่ต่อสู้ ก็ไม่มีใครอยู่ๆ มามอบให้ ไม่มีรัฐบาลไหนมอบให้ บางเรื่องที่ยากก็อาจต้องใช้เวลานาน และยังต้องทำให้หน่วยงานรัฐยอมรับว่าอำนาจเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของคุณ ถ้าหากอ้างกฎหมาย แล้วบอกว่าคุณใหญ่กว่า ก็มีลักษณะของนักเลง
นายแพทย์นิรันดร์เสนอว่าสิทธิ 3 ประการที่สำคัญและต้องต่อสู้เรียกร้องต่อไป คือ หนึ่ง สิทธิในการรับรู้ความจริง เพราะสังคมไทยมักไม่ยอมรับความจริงและความจริงไม่ถูกทำให้ปรากฏ สอง สิทธิในการที่จะเอาคนผิดมาลงโทษ ซึ่งไม่ใช่เรื่องของการอาฆาตแค้น แต่ประเด็นคือไม่ต้องการให้มีการทำผิดซ้ำอีก ส่วนจะให้อภัยกันหรือนิรโทษกรรมนั้นเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที แต่ต้องคุยกันให้ได้ก่อนว่าใครผิด และสาม สิทธิที่จะได้รับการชดเชยและเยียวยา
นายแพทย์นิรันดร์มองว่ากระบวนการต่อสู้ของประชาชนในขณะนี้ ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องการแบ่งฝ่าย แต่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมและความถูกต้องด้วย และต้องยอมรับว่ากระบวนการยุติธรรมได้ทำลายสิทธิและความเป็นธรรมในสังคม โดยตนก็ไม่รู้เหมือนว่าถ้ากระบวนการยุติธรรมไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้ได้ บ้านเมืองจะเกิดอะไรขึ้น
ในช่วงท้าย ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สอบถามนายแพทย์นิรันดร์ว่าคิดอย่างไรเรื่องการปฏิบัติกับนักโทษที่อยู่ระหว่างการต่อสู้คดีเหมือนกับนักโทษในคดีที่สิ้นสุดแล้ว นายแพทย์นิรันดร์กล่าวว่าเป็นเรื่องที่มีมาตลอด คุกถูกทำให้เป็นที่ขังคนจน ตัวอย่างในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ ปัญหาเรื่องการประกันตัว การมีทนายดูแล จะหนักกว่านี้อีก หลายคนไม่กล้ามาร้องเรียน รวมทั้งยังมีการซ้อมทรมานต่างๆ ซึ่งเราคงจะหวังให้คนภายในแก้ไม่ได้ แต่ประชาชนคงต้องเป็นฝ่ายต่อสู้เรียกร้องเอง
นอกจากนั้นยังมีคำถามจากผู้ฟังอีกว่ารู้สึกอย่างไรที่ต้องทำงานภายใต้การแบ่งขั้วทางการเมือง และทำงานอย่างไรภายใต้แรงกดดัน  นายแพทย์นิรันดร์กล่าวว่าไม่ค่อยลำบากใจ ก่อนเป็นคณะกรรมการสิทธิฯ ตนก็เคยเป็น ส.ว. มาก่อน ก็ถูกหาว่าเป็นเสื้อเหลือง บางทีก็ถูกเสื้อเหลืองหาว่าเข้าข้างเสื้อแดง แต่ยืนยันว่าส่วนตัวทำงานโดยหลักการมาตลอด ไม่ได้ยึดในสีเสื้อหรือตัวบุคคล แต่ก็ต้องยอมรับว่าบางอย่างก็ทำได้ บางอย่างทำได้ช้า หรือบางอย่างก็ทำไม่ได้ แต่ในภาพรวมเห็นว่าการเมืองภาคประชาชนมันโตขึ้น มีคนใหม่ๆ เกิดขึ้น อย่างกลุ่มปฏิญญาหน้าศาลนี้เป็นต้น และตอนนี้สังคมไทยอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่าน สิ่งที่ต้องระวังคือความขัดแย้งและแตกต่างกลายเป็นการฆ่ากันและละเมิดสิทธิต่อกัน  ส่วนการวิจารณ์คณะกรรมการสิทธิฯ ก็เป็นเรื่องที่รับฟังได้
นายแพทย์นิรันดร์ได้กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า ประเด็นนักโทษการเมืองเกิดขึ้นจากผลพวงของการละเมิดสิทธิมนุษยชนและระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะสิทธิมนุษยชนเรื่องเสรีภาพและความเสมอภาค ที่ถูกละเมิดมาก และคนละเมิดก็คือคนที่มีอำนาจทางการเมือง เมื่อมีปรากฏการณ์เกิดขึ้น มีคนต้องการการเปลี่ยนแปลง คนมีอำนาจเห็นว่าคุณต่างก็ต้องโดนจับ แต่หลักสิทธิมนุษยชนของสังคมไทยในช่วงนี้กำลังถูกท้าทาย และกำลังเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของการต่อสู้เรื่องสิทธิมนุษยชนในทุกด้าน ทั้งสิทธิชุมชน สิทธิความเป็นคน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งกำลังตื่นขึ้นทั่วประเทศ
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

แถลงการณ์ 'อัมสเตอร์ดัม' กรณีถูก 'กองทัพไทย' แจ้งความข้อหาหมิ่นประมาท

ประชาไท 20 สิงหาคม 2555 >>>





18 ส.ค. 55 เว็บไซต์โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม (ไทย) เผยแพร่ แถลงการณ์นายอัมสเตอร์ดัมกรณีกองทัพไทยเข้าแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาท ระบุเนื้อหา ดังนี้

ในวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 หนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยมติชนรายงานว่า ผู้บัญชาการทหารบก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชามอบหมายให้ พ.ท.สายัณห์ ขุนขจีฟ้องร้องดำเนินคดีหมิ่นประมาททางอาญาต่อนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ที่ปรึกษากฎหมายของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรและแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ (นปช.)
การแจ้งความเกิดจากคำปราศรัยของนายอัมสเตอร์ดัมในกรุงเทพฯเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 วันครบรอบที่กองทัพปราบปรามการชุมุนมอย่างทารุณซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของประชาชน 98 ราย ในระหว่างการปราศรัย ซึ่งสามารถเข้าไปดูวิดีโอแบบเต็มได้ที่นี่ นายอัมสเตอร์ดัมประณามประวัติการสังหารหมู่พลเรือนของกองทัพไทยและวิจารณ์รัฐบาลสหรัฐว่าขายอาวุธและฝึกกองทัพไทยเพื่อสังหารพลเรือนอยู่เป็นประจำ คำปราศรัยของนายอัมสเตอร์ดัมถูกแปลเป็นภาษาไทย ดังนั้น จึงมีการแจ้งความดำเนินคดีต่อล่ามด้วยเช่นกัน พลเอกประยุทธ์กล่าวหาว่าข้อความดังกล่าวทำลายชื่อเสียงของกองทัพไทย
ข่าวเรื่องการแจ้งความทางอาญาต่อนายอัมสเตอร์ดัมและล่ามเกิดขึ้นในปลายสัปดาห์นี้ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กองทัพไทยและอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ออกมาข่มขู่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งมีหน้าที่สอบสวนการปราบปรามการชุมนุมปี 2553 อย่างเปิดเผย รวมถึงตอบโต้สื่อที่ถามเรื่องการใช้พลซุ่มยิงสังหารประชาชนในปี 2553 อย่างรุนแรง เป็นเรื่องชัดเจนที่นายอภิสิทธิ์และพลเอกประยุทธ์รู้สึกจนตรอกมากขึ้นเรื่อยๆ ในความพยายามที่จะปกป้องระบบการทำผิดแล้วลอยนวลซึ่งบ่งบอกถึงถึงความมีประสิทธิภาพของการทำงานของนายอัมสเตอร์ดัมและทีมงาน
นายอัมสเตอร์ดัมยังคงยืนยันตามคำปราศรัยของเขาและมุ่งมั่นทำงานเพื่อนำตัวผู้นำระดับสูง (รวมถึงพลเอกประยุทธ์และอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) มาลงโทษในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่ก่อขึ้นในระหว่างการปรามปรามการชุมนุมของคนเสื้อแดงในเดือนเมษายนและพฤษภาคมปี 2553 อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แน่นอนในครั้งนี้คือ คนที่สังหารพลเรือนเพื่อปกป้องอำนาจและอภิสิทธิ์ของตนจะไม่สามารถรอดพ้นจากการรับผิดในการกระทำของพวกเขาอย่างแน่นอน
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

เตรียมคุมเข้ม 'ศาลอาญา' ถอนประกันตัวแกนนำ นปช. 22 ส.ค. นี้

กรุงเทพธุรกิจ 20 สิงหาคม 2555 >>>


นครบาล เตรียมพร้อมคุมเข้ม" ศาลอาญา " วันพิจารณาถอนประกันตัวแกนนำเสื้อแดง 22 ส.ค. นี้

พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยศาลอาญา ในวันที่ 22 ส.ค. นี้ที่ศาลจะมีการพิจารณาถอนประกันตัวแกนนำเสื้อแดง 18 คน โดยตำรวจนครบาลจะใช้มาตรการเดิมที่ใช้ในการดูแลความปลอดภัยครั้งที่ผ่านมาคือใช้กำลังตำรวจคุมเข้มดูแลความสงบเรียบร้อย 3 กองร้อย พร้อมทั้งประกาศห้ามผู้ชุมนุมเข้ามาภายในบริเวณศาลเช่นเดิม ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องทบทวนการปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอีกครั้งวันที่ 20 ส.ค. นี้
นอกจากนี้ตำรวจได้ประสานไปยังแกนนำเสื้อแดงทั้ง 18 คนที่จะมาศาลว่า ให้เดินทางมาด้วยความสงบห้ามใช้เครื่องขยายเสียงอย่างเด็ดขาดและห้ามบุกรุกเข้าพื้นที่ต้องห้ามเข้าพื้นที่ศาลเพราะจะเป็นการรบกวนประชาชนผู้มาติดต่อราชการซึ่งแกนนำก็ตอบรับพร้อมรับปากจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
จากการประชุมร่วมกันระหว่างตำรวจนครบาล ตำรวจปราบปราม อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา และเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ มีการสั่งกำชับให้คุมเข้มการรักษาความปลอดภัยเน้นตรวจเข้มจำเลยและผู้ติดตามที่จะเข้าห้องพิจารณาต้องแลกบัตรจำแนกสี การเข้าออกของสื่อมวลชน ผู้เดินทางมาชุมนุมสนับสนุนให้กำลังใจต้องอยู่ในพื้นที่ที่จะเตรียมไว้ให้ และการอำนวยความสะดวกให้คู่ความและประชาชน
 
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

'อัมสเตอร์ดัม' ยันคำปราศรัย ไม่สะท้านถูกแจ้งความ

ไทยรัฐ 20 สิงหาคม 2555 >>>




'โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม' ยืนยันตามคำปราศรัยแม้ถูกกองทัพบกแจ้งความหมิ่นประมาท ฟุ้งลุยเอาผิดคนสั่งการสังหารประชาชน ชี้ไม่มีทางรอดความผิด...

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. มีรายงานว่า นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความ ซึ่งรับทำคดีสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในกระบวนการยุติธรรมนอกประเทศ ที่ถูกกองทัพบกแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทกรณีปราศรัยที่เวทีราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2555 โดยมีล่ามแปลเป็นภาษาไทย มีเนื้อหาเกี่ยวกับสไนเปอร์ การซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ และการเสียชีวิตในระหว่างการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ได้นำเสนอเนื้อหาตอบโต้การถูกแจ้งความดำเนินคดีผ่านทางเว็บไซต์ชื่อ
ทั้งนี้ นายอัมสเตอร์ดัมได้ยืนยันตามคำปราศรัยและจะเดินหน้าทำงานเพื่อลงโทษผู้นำระดับสูงที่มีส่วนสั่งสังหารประชาชนตามข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และไม่มีทางรอดพ้นความผิดที่ได้กระทำ
 
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
 

′ธิดา′ ชี้หวังสกัด ′อัมสเตอร์ดัม′

มติชน 20 สิงหาคม 2555 >>>


นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. กล่าวว่า เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ ฟ้องหมิ่นประมาททนายอัมสเตอร์ดัม เป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อต้องการรักษาภาพลักษณ์ของกองทัพเอาไว้ แต่อีกด้านหนึ่งเป็นการสกัดกั้นไม่ให้ทนายอัมสเตอร์ดัมเข้ามายังประเทศไทยเพื่อลุยงานต่อ เนื่องจากคดีความถึงศาล หลักฐานการสอบสวนหรือสำนวนต่างๆ ถูกเปิดเผยออกมา บางส่วนก็อยู่ในมือของทนายอัมสเตอร์ดัมแล้ว อีกทั้งยังเป็นการสกัดกั้นไม่ให้เขาเข้ามาไทย ซึ่งกำหนด จะมาวันที่ 15-16 กันยายน เพื่อร่วมงานครบรอบ 6 ปี การทำรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ นปช.จัดขึ้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
   "ความคิดของท่าน ผบ.ทบ. ยังอยู่ในปริมณฑลที่จะปกป้องกองทัพ ความคิดดังกล่าวนั้นไม่ใช่เรื่องผิด การที่ท่านแสดงออกแบบนี้ เป็นการส่งสัญญาณให้ทหารหรือคนในกองทัพเชื่อมั่นว่าท่านปกป้องพวกเขาได้ แต่กลับกันเมื่อมีการดำเนินคดีหรือกล่าวหาฝ่ายประชาชน ท่านไม่เห็นเคยออกมาปกป้องพวกเราบ้างเลย แต่ทั้งหมดก็เป็นไปตามกระบวนกฎหมาย การทำความจริงให้ปรากฏยังเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับประเทศไทย" นางธิดา กล่าว
 
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""



--
....
piangdin :-)

Friday, August 17, 2012

สรุปข่าวประจำวัน 17 สิงหาคม 2555 ภาคค่ำ โดยทีมงานคุณสิริกัญญา


Watch...VoiceTv..August 17,2012
 
'วรเจตน์' แจ้งตร.ส่อถูกคุกคามอีกรอบ
วรเจตน์ ภาคีรัตน์ แจ้งตำรวจให้ตรวจสอบบุคคลพฤติกรรมน่าสงสัย ย่องมาป้วนเปี้ยนถ่ายภาพหน้าห้องพักอาจารย์คณะนิติราษฎร์ ในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ และ นางจันทจิรา เอี่ยมมยุรา ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม เนื่องจากทราบว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้มีชายคนหนึ่งขึ้นไปบนบริเวณห้องพักอาจารย์คณะนิติศาสตร์ ชั้น 4 อ้างว่าเป็นลูกศิษย์มาพบนางจันทจิรา แต่กลับเดินเข้าไปด้านใน ไปยืนอยู่หน้าห้องนายวรเจตน์ ชะโงกดูตารางเวลาที่ติดไว้แจ้งนักศึกษาว่าเวลาใดจะอยู่ที่ห้อง เวลาใดติดสอน จากนั้นก็ใช้กล้องถ่ายภาพเก็บไว้หลายภาพ แล้วไปทำเช่นเดียวกันที่หน้าห้องของ นายปิยบุตร แสงกนกกุล , นายธีระ  สุธีวรางกูร และ น.ส.สาวตรี สุขศรี ซึ่งล้วนเป็นอาจารย์คณะนิติราษฎร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลชั้น 4 เห็นผิดสังเกตจึงแจ้งให้อาจารย์เหล่านี้ทราบ
 ต่อมาเมื่อเช้าวันนี้ (17 ส.ค.) ยังมีชายอีก 2 คนซึ่งไม่ใช่คนเดิม ไปป้วนเปี้ยนบริเวณทางขึ้นห้องพักอาจารย์ และใช้กล้องถ่ายภาพทางขึ้นลง นายวรเจตน์และคณาจารย์จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขอภาพจากกล้องวีดิโอวงจรปิดของมหาวิทยาลัยมาตรวจสอบต่อไป
 ทั้งนี้ นายวรเจตน์ ระบุว่า การเข้าแจ้งความครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามกฎหมาย และหวังให้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพิ่มมาตรการตรวจสอบบุคคลเข้า-ออก โดยคาดครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่ 3 ที่มีบุคคลแปลกหน้าถ่ายรูปห้องทำงาน ของสมาชิกกลุ่มนิติราษฎร์ และขอยืนยันว่าในฐานะกลุ่มนิติราษฎร์ แม้จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ก็ไม่สามารถปิดเสรีทางความคิดได้


วรเจตน์ ภาคีรัตน์ เข้าแจ้งความที่ สน.ชนะคราม 
ที่มา: 
twitter.com/subongkoch


 

ขณะที่ พ.ต.ท.ภาณุศักดิ์ เสมอศรี รองผู้กำกับ สน.ชนะสงคราม เผยว่า คาดใช้เวลา 1 สัปดาห์ สืบข้อเท็จจริงกรณี ของนายวรเจตน์

อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หากดูจากภาพวงจรปิด ผู้ต้องสงสัยไม่ได้เข้าไปในห้อง แต่มีการเลื่อนป้ายหน้าห้อง เพื่อถ่ายรูป
 
 
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
ถกงบ 56 วันที่ 3 เชื่อลงมติวาระ 3 วันนี้
 
วันที่ 3 ของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556 ในวาระ 2 โดยวันนี้ที่ประชุมเริ่มพิจารณาในมาตรา 9 งบของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ด้านวิปรัฐบาล ยืนยันว่าจะสามารถอภิปรายได้จนจบทุกมาตราและลงมติวาระ 3 ได้ภายในคืนนี้
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่าภาพรวมการอภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนการประชุมจะจบลงในวันนี้หรือต้องขยายเวลาเพิ่มหรือไม่  ขึ้นอยู่กับการหารือของวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน  แต่เห็นว่าการประชุม 2 วันที่ผ่านมา ประธานการประชุมได้ทำหน้าที่ควบคุมเวลาการอภิปรายเป็นอย่างดี
 

 

 

 

 

ด้านนายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่าประชุมการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณที่ได้ดำเนินมาจนถึงวันที่ 3 ซึ่งตามกำหนดเวลาถือเป็นวันสุดท้าย โดยยืนยันว่าจะสามารถอภิปรายได้อย่างต่อเนื่องจนจบทุกมาตรา เพื่อให้สามารถลงมติวาระ 3 ได้ภายในคืนนี้ ตามกำหนดการเดิม แต่หากไม่สามารถอภิปรายอยู่ในกรอบเวลาที่กำหนด ก็จะขยายเวลาต่อไปให้แล้วเสร็จ
 
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวถึงภาพรวมการอภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณ ว่าฝ่ายค้านได้นำเสนอข้อมูลความล้มเหลวในการบริหารงบประมาณของรัฐบาลหลายเรื่อง โดยเฉพาะความโปร่งใสในโครงการบริหารจัดการน้ำ 1 แสน 2 หมื่นล้านบาท ที่ยังขาดรายละเอียดการใช้จ่าย และมีการหักเปอร์เซ็นในโครงการอยู่ จึงขอเรียกร้องรัฐบาลเปิดเผยข้อมูลให้เข้าไปตรวจสอบ
 
 ส่วนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ เริ่มพิจารณาที่มาตรา 9 กระทรวงการท่องเที่ยวเเละกีฬา หลังการประชุมวานนี้ ที่ประชุมได้ผ่านความเห็นชอบ มาตรา 5 งบสำนักนายกรัฐมนตรี มาตรา 6 งบกระทรวงกลาโหม มาตรา 7 งบกระทรวงการคลัง  และมาตรา 8 กระทรวงการต่างประเทศ
by Siriwan
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
นปช.ยัน ทหารใช้ปืนยิงปชช.เหตุชุมนุมปี 53
http://news.voicetv.co.th/thailand/47785.html
แกนนำ นปช.เรียกร้องให้ผู้บัญชาการทหารบก ยอมรับความจริงตามหลักฐานที่ปรากฏในภาพถ่ายช่วงสลายการชุมนุมและขอให้ยอมรับผลของการกระทำ
 
นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือ นปช. ขอให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ยอมรับความจริง กับเหตุการณ์สลายการชุมนุมช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 หลังออกมาระบุว่า ทหารของกองทัพบกไม่ใช้ปืนความเร็วสูงในการปฏิบัติหน้าที
 
 
เนื่องจากหลักฐานที่ปรากฏจากภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกไว้ได้สามารถชี้ตัวผู้กระทำผิดได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวคนเสื้อแดงสูญเสียแนวร่วมในการต่อสู้กว่า 98 รายและรอการพิสูจน์ความจริงมากว่า 2 ปีเต็ม ซึ่งวันนี้ความจริงเริ่มปรากฏ จึงอยากให้ผู้บัญชาการทหารบกยอมรับความจริง
 
 
ส่วนที่มีการระบุว่าทหารที่เสียชีวิต เกิดจากการกระทำของคนเสื้อแดงนั้น นางธิดา เรียกร้องให้กองทัพบกชันสูตรศพของทหารที่เสียชีวิต รวมถึงศพของพลเอกร่มเกล้า ธุวธรรม ทหารที่เสียชีวิตในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อสังคมจะได้รับรู้ว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของฝ่ายใด พร้อมยืนยันว่าคนเสื้อแดงไม่มีอาวุธใด นอกจากความจริงที่รอการพิสูจน์
 
 
ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะแกนนำกลุ่ม นปช. กล่าวว่าการที่พลเอกประยุทธ์ แสดงความไม่พอใจการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ที่มีการปกป้องบุคคลในองค์กร และคาดว่า เร็วๆ นี้ จะทราบผลการสืบสวบสวนว่า เป็นการกระทำของฝ่ายใด ทั้งนี้ เห็นว่า ควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และรอการให้ปากคำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณในชั้นศาล รวมทั้งต้องรอคำวินิจฉัยด้วย
by Lisa
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
แกนนำ นปช.เรียกร้องให้ผู้บัญชาการทหารบก ยอมรับความจริงตามหลักฐานที่ปรากฏในภาพถ่ายช่วงสลายการชุมนุมและขอให้ยอมรับผลของการกระทำ
 
นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือ นปช. ขอให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ยอมรับความจริง กับเหตุการณ์สลายการชุมนุมช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 หลังออกมาระบุว่า ทหารของกองทัพบกไม่ใช้ปืนความเร็วสูงในการปฏิบัติหน้าที
 
 
เนื่องจากหลักฐานที่ปรากฏจากภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกไว้ได้สามารถชี้ตัวผู้กระทำผิดได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวคนเสื้อแดงสูญเสียแนวร่วมในการต่อสู้กว่า 98 รายและรอการพิสูจน์ความจริงมากว่า 2 ปีเต็ม ซึ่งวันนี้ความจริงเริ่มปรากฏ จึงอยากให้ผู้บัญชาการทหารบกยอมรับความจริง
 
 
ส่วนที่มีการระบุว่าทหารที่เสียชีวิต เกิดจากการกระทำของคนเสื้อแดงนั้น นางธิดา เรียกร้องให้กองทัพบกชันสูตรศพของทหารที่เสียชีวิต รวมถึงศพของพลเอกร่มเกล้า ธุวธรรม ทหารที่เสียชีวิตในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อสังคมจะได้รับรู้ว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของฝ่ายใด พร้อมยืนยันว่าคนเสื้อแดงไม่มีอาวุธใด นอกจากความจริงที่รอการพิสูจน์
 
 
ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะแกนนำกลุ่ม นปช. กล่าวว่าการที่พลเอกประยุทธ์ แสดงความไม่พอใจการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ที่มีการปกป้องบุคคลในองค์กร และคาดว่า เร็วๆ นี้ จะทราบผลการสืบสวบสวนว่า เป็นการกระทำของฝ่ายใด ทั้งนี้ เห็นว่า ควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และรอการให้ปากคำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณในชั้นศาล รวมทั้งต้องรอคำวินิจฉัยด้วย
by Lisa
::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::End::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
วรวัจน์" ยืนยัน อภิปรายงบต้องจบวันนี้
 
"วรวัจน์" ยืนยัน อภิปรายงบ ต้องจบภายในวันนี้ ยอมยืดเวลา แต่ไม่ขอเพิ่มวัน 
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองประธานกรรมาธิการงบประมาณ เปิดเผยว่า การอภิปราย 2 วันที่ผ่านมา ฝ่ายกรรมาธิการตอบข้อซักถามได้อย่างดี ทั้งเรื่องข้าว งบน้ำท่วม และงบลอย แต่ฝ่ายค้านมีการนำเรื่องการขอเอกสารมาเป็นประเด็นในที่ประชุม ทั้งที่ไม่ใช่ขั้นตอนที่จะมาขอเอกสาร ถือเป็นการบีบกรรมาธิการ
 อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าการประชุมจะยืดเยื้ออย่างไร ก็จะต้องมีการลงมติในวันพรุ่งนี้ หากจะขยายเวลาปิดประชุมออกไปก็เป็นเรื่องปกติ และยอมรับได้ แต่เชื่อว่าจะไม่มีการขยายวันอภิปราย
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

หรือ 'อภิสิทธิ์' กับ 'สุเทพ' จะเป็น Expendables ตัวจริง

รายการ Wake up Thailand ประจำวันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2555
นำเสนอประเด็น
 
 - "วิปรัฐบาล" ยันพิจารณางบฯ ปี 56 ไม่ยืดยื้อ                                                
- ถกงบ 56 วันที่ 2 ฝ่ายค้านเน้นงบฯ ที่ไม่มีการเปิดเผย                                
- เฉลิม ยัน ไม่ขัดเเย้งกองทัพกรณีสอบเหตุสลายชุมนุม                               
- ตร.เร่งสอบคดีสลายการชุมนุมปี 53                                                               
- ผบ.ทบ.ลั่นทหารไม่ใช้สไนเปอร์สลายม็อบนปช.                                       
- ยุทธศาสตร์ภาคใต้
- ครบรอบ "วันเสรีไทย"                                                                                
- อังกฤษพยายามเอาชนะ Assange ส่งตัวสวีเดนสำเร็จ                
- The Expendables 2           
- ชัมบาลา
- ตูน บอดี้สแลม' เป็น 'แอ๊ด คาราบาว'
17 สิงหาคม 2555 เวลา 08:09 น.
 
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
อังกฤษพยายามเอาชนะอัสซานจ์ส่งตัวสวีเดนสำเร็จ
http://news.voicetv.co.th/global/47721.html
รัฐบาลอังกฤษก็ออกแถลงการณ์ อังกฤษรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่งกับแถลงการณ์ที่ออกมาในลักษณะนี้ และอังกฤษมีสิทธิ์โดยชอบ ที่จะส่งนายอัสซานจ์ให้กับทางการสวีเดน เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีการล่วงละเมิดทางเพศ ตามการตั้งข้อกล่าวหาของทางการสวีเดน ซึ่งถึงแม้ว่ารัฐบาลเอกวาดอร์จะอนุญาตให้นายอัสซานจ์ลี้ภัย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า รัฐบาลอังกฤษจะดำเนินการในเรื่องดังกล่าวไม่ได้
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

ชาวนาพอใจ 'รับจำนำข้าว' แต่ต้องยั่งยืน

รายการ Hot Topic ประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2555
โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ที่ฝ่ายค้าน หยิบยกขึ้นมาอภิปรายเป็นประเด็นหลักในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ทั้งๆ ที่ประเด็นดังกล่าว พรรคฝ่ายค้านก็เตรียมที่จะหยิบขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในเดือนกันยายนนี้เช่นกัน 
 
แต่โครงการรับจำนำข้าวไม่เพียงแต่พรรคฝ่ายค้านเท่านั้นที่คัดค้าน นักวิชาการทีดีอาร์ไอ หรือนักธุรกิจในวงการค้าข้าว ก็ออกมาวิพากวิจารณ์เหมือนกัน ว่าเป็นการทำลายธุรกิจการค้าทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งมีการทุจริตเกิดขึ้นในกระบวนการรับจำนำ ในเรื่องการสวมสิทธิเกษตรกร ทั้งจากเจ้าของที่นา และจากเจ้าหน้าที่รัฐ การโกงตาชั่ง การวัดความชื้น กลุ่มโรงสีที่ใกล้ชิดนักการเมืองเวียนเทียนข้าวใหม่ออกไปขาย เจ้าของที่นายึดนาคืน และจ้างชาวนาตัวจริงทำนาได้ประโยชน์คุ้มกว่า สรุปแล้วโครงการรับจำนำผู้ที่ได้ประโยชน์คือเกษตรกรรายใหญ่ รายย่อยได้ประโยชน์น้อย
 
วันนี้ (16 สิงหาคม 2555) รายการ Hot Topic ร่วมพูดคุยกับนายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย
 
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
 
Asia update...August 17,2012
 
ประชาชนข่าว 17-8-55
 
ตรงไปตรงมา 17-8-55
 
ข่าวเที่ยงDNN 17-8-55
 
รายงานพิเศษ เสียงสะท้อนชาวนา ต่อนโยบายรับจำนำข้าว 17-8-55
 
คอลัมน์อัพเดท นโยบายจำนำข้าว ต้องสู้ด้วย 'ความจริง' ไม่ใช่ จินตนาการ 17-8-55
 
 คอลัมน์อัพเดท แก้ไขหรือทำลายล้าง 17-8-55
 
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
 
Various News Update....August 17,2012
 
หลากมุมมอง ทีมสร้างภาพยนตร์ "นวมทอง ไพรวัลย์" แท็กซี่พลีชีพ ลบคำสบประมาทหลังรัฐประหาร2549
 
"ปริญญา"ชี้ระบบอุปถัมป์-แบรนด์เนมพรรคครอบงำ ปชช.แนะโละ กม.ยุบพรรค เพิ่มโทษบุคคลหนักขึ้น
 
วิปรัฐบาลปล่อยลากยาวถก พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2556 ลั่นถึงไหนถึงกัน
 
อังกฤษยืนยัน เนรเทศ"จูเลียน อัสซานจ์"ไปดำเนินคดีที่สวีเดน
 
รมว.กลาโหม เชื่อดีเอสไอปฎิบัติหน้าที่ตาม​กฎหมาย เข้าใจกองทัพปกป้องลูกน้อง-กันเสียกำลังใจ
 
เจาะใจ"เสี่ยหนู"อนุทิน ผม-เนวินไม่มีทางกลับไปเพื่อไทย เจ้าของพรรคไม่เอาเราแน่นอน!!!
 
ทำไม หน้าปกสุดสัปดาห์ต้อง กรรม"เกรียน" กรรม"ก๊าก"
 
"เกชา ศักดิ์สมบูรณ์" กำนันน้อง-น้องสุวัจน์ เครือข่ายไม่ธรรมดา
 
"โต้ง"คุมเข้มจำนำข้าว เล็งโรงสีติดวงจรปิดเพิ่ม ดีเอสไอชี้19จว.ส่อโกง
 
แท็กซี่ขอรบ.คืนภาษี1แสน เลียนแบบ′รถคันแรก′ หวังค่าเช่าถูก-รายได้เพิ่ม
 
บีเอ็มซีแอลเล็งดึงเซ็นทรัลเปิดช็อปปิ้งพื้นที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน
 
"ไก่อู"ยันส่งข้อมูลชายชุดดำให้หมดแล้ว ไล่ไปถาม"ธาริต"ร่วมประชุมด้วยรู้ดี วอนให้ความเป็นธรรมผู้ปฏิบัติงาน
 
อธิบดีศาลอาญาเตือน! อย่าเล่นเกม กำชับ19 แกนนำ-แนวร่วมนปช. มาตามนัด22ส.ค. เบี้ยวถอนประกัน
 
ศึกษา"อาจารย์ใหญ่"แบบ3มิติ ผ่าน"พิพิธภัณฑ์ร่างกายมนุษย์" ไม่จำเป็นต้องนศ.แพทย์ ก็เรียนได้
 
 
 
 
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
 
อภิปรายงบประมาณเกมเปิดแผลรอซักฟอก
งบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาล 2,400,000 ล้านบาท (สองล้านสี่แสนล้านบาท) ที่จะใช้บริหารประเทศของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กำลังถูก ส.ส.ฝ่ายค้าน นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และลูกหาบพรรคประชาธิปัตย์รุมซักฟอกอยู่ในที่ประชุมสภาวาระที่ 2 และ 3
ผ่านขั้นตอนนี้ไปได้ก็เข้าสู่วุฒิสภา หากเห็นชอบก็นำเงินออกมาดำเนินนโยบายตามที่ได้หาเสียงกับประชาชนไว้
นายกรัฐมนตรีบอกกับที่ประชุมสภาในวันเสนองบประมาณวาระที่ 1 เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาว่า เงิน 2,400,000 ล้านบาท จะถูกนำไปใช้สร้างความปรองดองสมานฉันท์และฟื้นฟูประชาธิปไตย, ป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษายาเสพติด, ป้องกันและปราบปรามการทุจริต, บริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการแก้น้ำท่วม น้ำแล้ง, แก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้, ฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาค, พัฒนาการศึกษา สาธารณสุข ฯลฯ
ที่น่าตกใจคือ ในจำนวนงบประมาณ 2,400,000 ล้านบาท 79.2% เป็นงบรายจ่ายประจำ คิดเป็นวงเงิน 1,901,911.7 ล้านบาท เหลืองบสำหรับลงทุนทำโครงการต่างๆแค่ 18.7% วงเงิน 448,938.8 ล้านบาท ที่เหลือเป็นการชำระคืนเงินต้น ดอกเบี้ยเงินกู้ต่างๆ
งบประจำประเภทเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง เบี้ยประชุม ปาเข้าไปเกือบ 80% ของงบประมาณประเทศ และในอนาคตเชื่อว่างบประจำมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับงบลงทุนภาครัฐที่จะลดน้อยลง
นี่คือสถานการณ์น่าเป็นห่วงของการจัดทำงบประมาณประเทศ
ตัดฉากมาที่การอภิปรายงบประมาณในสภา ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของ ส.ส.ฝ่ายค้านที่จะอภิปรายตรวจสอบ
2 วันที่ผ่านมาเน้นหนักประเด็นที่จะมีผลกระทบต่อรัฐบาล การอภิปรายจึงกระจุกตัวอยู่ในกรอบไม่กี่เรื่อง
ดร.สุดา รังกุพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะวิชาอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บ่นเสียดายว่า แทนที่ฝ่ายค้านจะเน้นวิเคราะห์การจัดทำงบประมาณว่าเป็นไปในทิศทางใด กลับไปมุ่งอยู่แต่เรื่องเดิมๆที่เคยมีการนำมาพูดแล้ว เช่น การจำนำข้าวกับการประกันราคาข้าว
การอภิปรายควรกระจายทุกกระทรวง ไม่ใช่เลือกพูดอยู่ไม่กี่กระทรวง อย่างงบประมาณกองทัพที่ไม่มีการแตะต้องเลยทั้งที่เป็นงบก้อนใหญ่และเพิ่มขึ้นทุกปี แต่การบริหารจัดการกลับไม่มีประสิทธิภาพ เห็นได้จากการแก้ปัญหาภาคใต้ที่ทุ่มงบไปจำนวนมากแต่ปัญหาไม่ดีขึ้น
“อยากเห็นการวิเคราะห์งบกลาโหมมากกว่า เพราะดูเหมือนงบของกระทรวงนี้จะได้รับความเกรงใจมากที่สุดที่ไม่มีใครกล้าไปแตะต้อง”
ดร.สุดารู้สึกผิดหวังกับการอภิปรายของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นเรื่องการใช้สำนวนโวหารมากกว่าที่จะมาพูดกันในเรื่องสาระที่ประชาชนจะได้รับจากการจัดทำงบประมาณของรัฐบาล
รศ.อัษฎางค์ ปาณิกบุตร นักวิชาการอิสระด้านรัฐศาสตร์ เห็นว่า ข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำมาใช้อภิปรายงบประมาณเป็นเรื่องทั่วๆไป เช่น เรื่องหลักการ เรื่องวงเงิน เรื่องใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่าย คอร์รัปชัน แต่ข้อมูลยังไม่ชัดเจน
“การอภิปรายงบประมาณของฝ่ายค้านทุกยุคทุกสมัยไม่เคยลงทุนหาข้อเท็จจริง ทำการวิจัย หาข้อมูล อย่างเรื่องทุจริตก็มักเอาแต่เรื่องที่พูดกันปากต่อปากมาอภิปรายในสภา ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน จึงทำอะไรรัฐบาลไม่ได้”
นั่นเป็น 2 มุมคิดจากคนภายนอกที่นั่งดู ส.ส. แสดงกันในสภา
อย่างไรก็ตาม การอภิปรายในสภา 2 วันที่ผ่านมา หากจับสังเกตดีๆดูเหมือนว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเน้นอภิปรายเปิดแผล ให้มีเลือดไหล ให้มีแมลงมาตอม หวังให้แผลติดเชื้อ เพื่อรอซ้ำดาบสองในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นต่อไปมากกว่า
หลังเปิดแผลในการอภิปรายงบประมาณแล้ว เข้าใจว่าประมาณสัปดาห์หน้าหรือสัปดาห์ถัดไปที่รัฐบาลจะแถลงผลการดำเนินงานในรอบ 1 ปีต่อรัฐสภา พรรคประชาธิปัตย์จะออกอาวุธซ้ำแผลเดิม เพื่อขยายปากแผลให้กว้างขึ้นอีก
รอออกหมัดน็อกในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
หากรัฐบาลชะล่าใจ เห็นว่าเป็นข้อมูลเก่า พูดซ้ำซาก ไม่มีอะไรใหม่
อาจเสียท่าเสียทีในศึกซักฟอกได้ โดยเฉพาะประเด็นทุจริตที่องค์กรตรวจสอบจ้องตาเป็นมัน รอรับลูกจากพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว
เรียกว่างานนี้พรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่เป็นคนเปิด แล้วพวกที่เหลือมาช่วยรุมยำสอยรัฐบาลลงจากอำนาจเอง
จึงมีคำเตือนสำหรับรัฐบาลนายกฯหญิงว่า “ความประมาทคือหนทางของความตาย”
ที่คิดว่าไม่มีอะไรในสภา มั่นใจเพราะมีมือสนับสนุนมากกว่
แต่จำนวนมือในสภาก็ไม่อาจปกป้องรัฐบาลจากองค์กรภายนอกที่รอจังหวะสอยอยู่ได้
เหมือนกับที่รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เคยเสียท่าเสียทีมาแล้ว
หากไม่ใช้ประโยชน์จากบทเรียนในอดีต รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็อาจมีจุดจบแบบเดียวกันนั้นก็ได้ เพราะ 1 ปีในอำนาจที่ผ่านมา ขัดหูขัดตาฝ่ายต่อต้านมาเกินพอแล้ว
**********************************************************************
'ป้าอุ๊' เผยจะจัดงานฌาปนกิจอากงที่วัดลาดพร้าว 25-26 ส.ค. นี้
วันนี้ (16 ส.ค. 55) คณะทำงานจัดงานฌาปนกิจศพ อำพล ตั้งนพกุล (อากง) จัดการแถลงข่าวงานฌาปนกิจศพ อำพล ตั้งนพกุล ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพ
รสมาลิน ตั้งนพกุล (ป้าอุ๊-ภรรยาของอากง) กล่าวว่า ได้มอบหมายการจัดงานฌาปนกิจศพให้กับคณะทำงานฯ ซึ่งประกอบด้วย แดงอียู (คุณเมย์), อานนท์ นำภา (ทนายความจากสำนักกฎหมายราษฎรประสงค์), กลุ่มปฎิญญาหน้าศาล (อ.หวาน + ไม้หนึ่ง ก.กุนที), สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย และกลุ่มคนเสื้อแดงอื่นๆ เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด และขอเรียนเชิญประชาชนทุกสีเสื้อเข้าร่วมงานในครั้งนี้เพื่อเป็นเกียรติให้กับอากง
คณะทำงานฯลงความเห็นว่า จะจัดงานฌาปนกิจศพระหว่างวันที่ 25-26 ส.ค. นี้ ที่วัดลาดพร้าว เนื่องจากในวันดังกล่าววัดด่านสำโรงจำเป็นต้องปิดซ่อมบำรุงเมรุเผาศพของวัด จึงไม่สามารถฌาปนกิจศพใดๆได้ โดยจะมีการเคลื่อนย้ายศพออกจากวัดด่านสำโรงเวลา 12.00 น. วันที่ 25 ส.ค. นี้ และจะถึงวัดลาดพร้าวเวลา 14.00 น.
คณะทำงานฯสรุปแนวทางในการจัดงาน โดยจะเชิญศิลปิน, นักวิชาการ และบุคคลที่มีชื่อเสียงมาร่วมกิจกรรมการไว้อาลัยต่างๆ อาทิ  การอ่านบทกวีของกลุ่มกวีราษฎร์, การเสวนาวิชาการ "จาก ป. ถึง ป." (อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์, ประวิตร โรจนพฤกษ์ และ อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล), การกล่าวไว้อาลัยโดยบุคคลสำคัญต่างๆ, การฉายภาพยนตร์ และการแสดงดนตรี เพื่อรณรงค์เคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิให้กับนักโทษการเมืองทั้งหมด (ไม่เฉพาะ ม.112 เท่านั้น) โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 20.00 น. (หลังการสวดพระอภิธรรม) ไปตลอดทั้งคืนจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น 
นอกจากนี้ยังมีการจัดซุ้มอาหารแจกฟรีให้กับผู้ร่วมงาน และแจกหนังสือรำลึกอากง (เขียนโดย ไอดา อรุณวงศ์ และเพื่อน) จำนวน 3,000 เล่มให้กับผู้ร่วมงานอีกด้วย
ไม้หนึ่ง ก.กุนที กล่าวว่า ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้แสดงเจตจำนงค์ที่จะมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 100,000 บาทให้กับการจัดงานครั้งนี้ นอกจากนี้ นราธิป อัศวเนตรนภา ยังแสดงความประสงค์ที่จะบวชหน้าไฟให้กับอากง และ ธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล (ผู้ถูกคุมขัง ม.112)  และผู้ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพอีกหลายคนก็แสดงความประสงค์ที่จะบวชให้กับอากงด้วยเช่นกัน
คณะทำงานฯเผยอีกว่า ในวันพรุ่งนี้ (17 ส.ค. 55) คณะทำงานฯจะจัดแถลงข่าวงานฌาปนกิจศพอากงอย่างเป็นทางการ หลังการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของ นปช. ที่อิมพีเรียลเวิล์ด ลาดพร้าวด้วย
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

26 ส.ค.พิธีเผาศพ"อากง 112"

ข่าวสด 17 สิงหาคม 2555 >>>

วันเดียวกัน ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนินกลาง ภรรยานายอำพล ตั้งนพคุณ หรืออากง จำเลยคดี 112 ที่เสียชีวิตในเรือนจำ เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมด้วย ดร.สุดา รังกุพันธุ์ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม้หนึ่ง ก.กุนที กวีชื่อดัง และกลุ่มญาติผู้ต้องหาคดี 112 ร่วมแถลงจัดงานฌาปนกิจศพนายอำพล โดยภรรยานายอำพล กล่าวว่า ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเป็นเจ้าภาพร่วมกันในงานฌาปนกิจศพนายอำพล ถือเป็นวันสุดท้ายของชีวิต ขอให้มาช่วยกันเพื่อเป็นเกียรติให้แก่นาย อำพล

ดร.สุดากล่าวว่า จะนำศพอากงที่วัดด่านสำโรง จ.สมุทรปราการ มาทำพิธีฌาปนกิจที่วัดลาดพร้าว เนื่องจากเมรุเผาศพที่วัดด่านสำโรง ชำรุด จะเคลื่อนย้ายศพจากวัดด่านสำโรงในช่วงเช้าวันที่ 25 ส.ค. นำศพถึงวัด ลาดพร้าวในเวลา 13.00 น. ส่วนจะเคลื่อนผ่านเส้นทางใดนั้น อยู่ระหว่างการประสานงานกับตำรวจจราจรอยู่ และในคืนวันที่ 25 ส.ค. จะมีพิธีสวดพระอภิธรรมและกิจกรรมต่างๆ มาก มาย เพื่อรำลึกถึงอากง เช่น พูดคุยเรื่องมาตรา 112 จากนักวิชาการ นักคิด นักเขียน นักวิชาการหลายๆ ท่าน เช่น นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการจากสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล นักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ ก่อนจะประชุมเพลิงในวันที่ 26 ส.ค. เวลา 17.00 น.


แห่บวชหน้าไฟไว้อาลัย

"นอกจากบุคคลทั่วไปแล้ว ยังจะมีนักโทษการเมืองมาตรา 112 และนักโทษการเมือง ที่จะส่งตัวแทนเข้าร่วมในงานฌาปนกิจศพของอากง รวมทั้งนักโทษการเมืองมาตรา 112 ที่ไม่ได้ร่วมงานศพ ก็จะถือศีล 8 และโกนศีรษะ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการร่วมไว้อาลัย นอกจากนี้ ยังมีผู้แสดงความจำนงที่จะบวชหน้าไฟอีกเป็นจำนวนมาก? ดร.สุดา กล่าว

ด้านไม้หนึ่ง ก.กุนที กล่าวว่า ในส่วนของมหรสพและศิลปวัฒนธรรมนั้น จะมีทั้งในส่วนที่เป็นขององค์กรทางวัฒนธรรม ที่เคลื่อนไหวในแนวคิดทางการเมือง และเรื่องให้ยับยั้งมาตรา 112 โดยจะมีคณะร้องบทกวีในรูปของบทกวีสั้นๆ จากนั้นจะมีกลุ่มของคณะกวีเพื่อประชาธิปไตยที่รวมตัวในนามของกวีราษฎร์ ร่วมจัดกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรม นอกจากนี้ ยังฉายภาพยนตร์ไว้อาลัยนายอำพล จะเน้นการนำเสอน ภาพการจัดมหรสพแบบชาวบ้าน และแสดงการไว้อาลัยผู้วายชนม์ตลอดคืน ส่วนของมหรสพอื่นๆ ที่เป็นหลักประกอบด้วย วงดนตรีจากวงไฟเย็น จะเน้นเสนอภาพการไว้อาลัยเป็นหลัก ส่วนเนื้อหาเรื่องอื่นๆ จะดู
 
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

ผบ.ทบ.ยัน พ.ค. 53 ไม่มีสไนเปอร์-มีแต่ปืนติดลำกล้อง

http://www.uddred.blogspot.com/2012/08/53_8326.html

ที่มาของคลิป: springnews/youtube.com

แถมปืนและกล้องติดปืนก็ไม่ใช่สไนเปอร์ เป็นเพียงกล้องที่ติดสำหรับการระวังป้องกัน-ซึ่งที่ตลาดนัดมีขาย ส่วนกระสุนที่เบิกมา เมื่อเหลือก็จะส่งคืน นอกจากนั้นก็ใช้ฝึกหัดและจำหน่ายต่อไป ส่วนเรื่องทหารเอาปืนไปยิงคน ถามลูกน้องแล้ว ลูกน้องบอกว่าไม่ได้ยิงใครสักคน มีแต่โดนยิง 


กรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกมาเปิดเผยผลการสอบสวนคดีการสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ว่า การเสียชีวิตของประชาชนเกิดการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐนั้น เมื่อวานนี้ (16 ส.ค.) นสพ.ไทยรัฐ รายงานว่า วันที่ 16 ส.ค. ที่สโมสรทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่าทุกอย่างเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ถ้ายังไม่ยุติก็ไม่สมควรออกมาพูดจา ซึ่งได้ขอร้องผ่าน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ไปแล้ว ซึ่งท่านรับปากว่าจะดูให้ และท่านได้ขอโทษ รวมถึงบอกว่าจะไปบอก พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอ ให้ ซึ่งทางรัฐบาลตอบกลับมาว่าจะให้ลดเรื่องนี้ลงไป

โดย พล.อ.ประยุทธ์ขอให้ทุกฝ่ายหยุดพูดเพราะคดียังไม่สิ้นสุด และขอความเห็นใจเนื่องจากต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ถ้าจะพูดขอให้พูดทั้ง 2 ทาง ขอให้พูดในส่วนของเจ้าหน้าที่ด้วยว่าเขาบาดเจ็บและเสียชีวิตจากใคร ตนไม่อยากไปรื้อฟื้น เพราะตนเป็นผู้บังคับบัญชา รู้ว่า อะไรควรพูด อะไรไม่ควรพูด

เมื่อถามถึงกรณีที่ทางดีเอสไอจะเรียกทหารสไนเปอร์ ที่อยู่ในคลิปมาให้ปากคำ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนถามว่า สไนเปอร์อะไร ใครเป็นคนใช้สไนเปอร์ แล้วรู้หรือไม่ว่า สไนเปอร์เป็นใคร ซึ่งในรูปที่ปรากฏเป็นทหารที่เขาติดกล้องเฉยๆ และกล้องตัวนั้นและปืนตัวนั้นไม่ใช่แบบสไนเปอร์ ถ้าพูดแล้วไม่รู้ อย่าพูดดีกว่า แต่สิ่งที่ใช้เพื่อใช้ระวังป้องกัน ซึ่งในตลาดนัดก็มีขายที่ใช้สำหรับยิงนก ไม่ใช่สไนเปอร์ อย่าพูดเรื่อยเปื่อย

ส่วนที่คณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า ในปี 53 มีการเบิกกระสุนมา 3 พันนัด ใช้ไป 800 นัด มีผู้ถาม พล.อ.ประยุทธ์ว่า กระสุนที่เหลือหายไปไหน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กระสุนที่เขาเบิกมา เมื่อเหลือเขาก็จะส่งคืน นอกเหนือจากนั้นใช้ฝึกหัด และจำหน่ายต่อไป ไม่เห็นว่าจะต้องไปยิง อยากถามว่า ถ้าเขาเบิกไป 3 พันนัด ยิงไป 300 นัด ขาดไป 2,700 นัด แสดงว่าต้องมีคนตาย 2,700 คนหรือไม่ ถามว่าคนตายอยู่ที่ไหน มีใครบอกว่า ทหารเอาปืนไปยิงคน สื่อไปเอามาจากไหน ต้องไปถามข้อมูลจากคณะกรรมาธิการทหาร เพราะตนถามลูกน้อง เขาบอกว่าไม่ได้ยิงใครสักคน มีแต่โดนยิง

พ.อ.สรรเสริญชี้แจงคลิปพลแม่นปืนเมื่อ 16 พ.ค. 53 โดยใช้คำเรียกว่า "เจ้าหน้าที่พลแม่นปืนระวังป้องกัน" หรือ sharpshooter

อนึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ถนนราชปรารภ และถนนพระรามสี่ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่โฆษก ศอฉ. ขณะนั้นเคยชี้แจง เมื่อ 16 พ.ค. 53 ว่าทหารที่จับปืนเอ็ม 16 ติดลำกล้องเล็งอยู่บนที่สูงนั้นเรียกว่า “เจ้าหน้าที่พลแม่นปืนระวังป้องกัน” มีหน้าที่คอยระวังภัยให้กับทหารในหน่วยที่ปฏิบัติการด้านล่าง ตรวจสอบบุคคลที่ถืออาวุธจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ และจะยิงคุ้มครอง โดยอาวุธที่ใช้ปืนทราโว่ และปืนเอ็ม 16 แบบติดกล้องเล็ง จะมีเจ้าหน้าที่ทหารอีก 1 คนตรวจสอบพื้นที่มุมกว้างให้ "ไม่ได้ยิงตามอำเภอใจ เขายิงเมื่อเห็นเป้าหมายเท่านั้น"

""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

ช่างภาพทีวีเบิกความคดี ‘ลุงบุญมี’ เหยื่อสลายชุมนุม พ.ค.53

ประชาไท 17 สิงหาคม 2555 >>>



Fri, 2012-08-17 01:03

แสดงหลักฐานภาพถ่ายขณะ ‘ลุงบุญมี’ ถูกยิงโดยทหาร แจงเพื่อนนักข่าวเตือนทหารใช้กระสุนจริง ทนายญาติผู้ตายเผย คดีนี้ไต่สวนทุกพุธถึงต้นปีหน้า

15 ส.ค.55 - เวลาประมาณ 9.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 402 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนคำร้อง คดีหมายเลขดำที่ ช. 7/2555  ที่พนักงานอัยการ จากสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4  ขอให้ศาลไต่สวนชันสูตรการเสียชีวิต ของนายบุญมี เริ่มสุข อายุ  71 ปี ซึ่งถูกยิงที่ย่านบ่อนไก่ บริเวณท้องด้านซ้ายกระสุนตัดลำไส้เล็กขาดตอน เมื่อวันที่ 14 พ.ค.53 และเสียชีวิตเมื่อ วันที่ 28 ก.ค.53 ขณะถูกยิงเป็นช่วงที่มีการสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยพนักงานอัยการ ได้นำช่างภาพสถานีโทรทัศน์หลักแห่งหนึ่ง มาเบิกความในฐานะพยานที่ได้บันทึกภาพเหตุการณ์ช่วงเวลาขณะเกิดเหตุได้

ช่างภาพที่เดินทางมาเป็นพยานได้เบิกความต่อศาลว่า ในวันเกิดเหตุ 14 พ.ค.53 ได้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณที่เกิดเหตุบริเวณหน้าสนามมวยลุมพินี ถนนพระราม 4 เพื่อเก็บภาพ ต่อมาเวลาประมาณ 13.00 น. ได้มีการตอบโต้กันระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันปตท. และพยานได้ถ่ายภาพผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่ทราบว่าผู้ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตบริเวณดังกล่าวคือใคร จนกระทั่งพนักงานสอบสวนในคดีนี้ได้นำภาพถ่ายที่พยานได้ถ่ายไว้ให้ดู และไม่ทราบว่า หลังจากนั้น ผู้ตายไปรักษาพยาบาลใดและเสียชีวิตเมื่อใด

พยานเบิกความต่ออีกว่า ในวันเกิดเหตุต่อมา เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ นักข่าวที่ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับพยานได้เตือนให้ระวังตัวด้วยเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารจะมีการใช้กระสุนจริง ขณะที่ถ่ายภาพยังมีเสียงระเบิดดังขึ้นมาจากฝั่งผู้ชุมนุมด้วย ส่วนพลุที่กลุ่มผู้ชุมนุมยิงมาใส่ฝั่งทหารนั้นไม่เป็นเหตุให้ทหารได้รับบาดเจ็บ ขณะบันทึกภาพมีกลุ่มผู้ชุมนุมถือไม้กระบองและขว้างก้อนหิน

นายณัฐพล ปัญญาสูง ทีมทนายจากมูลนิธิไทยรักไทย ในฐานะทนายญาติผู้เสียชีวิตสอบถามพยานถึงสาเหตุที่ทหารปฏิบัติการในบริเวณนั้นจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตว่าเป็นไปเพื่ออะไร พยานตอบว่าเพื่อที่จะสลายการชุมนุม ตามคำสั่งของคณะรัฐมนตรี (ในขณะนั้น) และขณะที่ถ่ายภาพในวันเกิดเหตุมีรถพยาบาลมารับผู้บาดเจ็บตลอดทั้งวันอีกด้วย

หลังจากไต่สวนเสร็จ นายณัฐพล เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า นายบุญมี เป็นผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม วันที่ 14 พ.ค.53 ที่บริเวณหน้าสนามมวยลุมพินี แถวบ่อนไก่ ซึ่งในวันนี้ ช่างภาพคนดังกล่าวที่เป็นพยาน ซึ่งปฏิบัติงานในบริเวณที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 11 - 19 พ.ค.53 ได้นำหลักฐานมาเสนอต่อศาลเพิ่มเติมเพื่อให้พิจารณาถึงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้นำภาพถ่ายของตนเองที่เกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นที่แสดงถึงการปฏิบัติการของทหารที่ใช้อาวุธยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุม และแผ่น VCD ที่ถ่ายขณะเกิดเหตุว่ามีทหารเริ่มปฏิบัติการเพื่อสลายการชุมนุม รวมถึงภาพถ่ายเห็นผู้ชุมนุมถูกฝ่ายทหารยิงบริเวณบ่อนไก่ ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นลุงบุญมี (ผู้เสียชีวิตในคดีนี้) มาเสนอต่อศาลด้วย

 นายณัฐพล กล่าวว่า ลุงบุญมีไม่ได้เป็นผู้ชุมนุมแต่เป็นประชาชนที่อยู่ในที่เกิดเหตุมานั่งรอรับหลานและถูกยิง

 ทนายญาติผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ในวันนี้ ( 15 ส.ค. 55) เดิมอัยการจะเรียกทหารที่ปฏิบัติการในวันนั้นมาไต่สวน อย่างไรก็ตาม ทางทหารได้ขอเลื่อนจึงได้นำพยานปากนี้มาแทน ซึ่งคาดว่าทหารจะเข้าเบิกความในวันพุธหน้า โดยคดีนี้จะมีการไต่สวนทุกวันพุธ ไปจนจบประมาณต้นปีหน้า
 
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

วิปรัฐบาล-ค้าน พร้อมหารือพิจารณางบปี 56 ให้จบวันนี้

กรุงเทพธุรกิจ 17 สิงหาคม 2555 >>>

วิปรัฐบาล-ค้าน พร้อมหารือพิจารณางบปี 56 หวั่นยืดเยื้อ ขออภิปรายจบวันนี้ จากสองวันได้เพียง8 มาตรา จากทั้งหมด 32 มาตรา5

นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า วันนี้อาจต้องมีการหารือระหว่าง วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน เรื่องการอภิปรายพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ว่าจะเสร็จในกรอบเวลาที่วางไว้หรือไม่ แต่หากไม่เสร็จภายในเวลา 02.00 น.  อาจต้องขยายการอภิปรายไปถึงวันเสาร์ที่ 17 ส.ค.ได้ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อในความพยายามของวิป 2 ฝ่ายที่จะควบคุมให้อยู่ในเวลาที่กำหนดไว้

ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การอภิปรายงบประมาณ 2 วัน ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านอภิปรายได้ดี โดยมีการเปิดเผยความไม่ชอบมาพากลในหลายประเด็น ซึ่งส่วนตัวอยากให้การอภิปรายจบตามกรอบเวลา ส่วนจะขยายเวลาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของประธานสภาฯ ขณะที่วันนี้ ฝ่ายค้านจะเน้นอภิปรายการใช้งบประมาณที่ล้มเหลว มีการทุจริต และกู้เงิน โดยพบว่ายังมีหลายกระทรวงที่มีปัญหา

สำหรับการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ในวันนี้จะเริ่มในเวลา 10.30 น. เป็นการอภิปรายร่างงบประมาณในวงเงิน 2.4 ล้านล้านบาท ในวาระ 2 และวาระ 3 แบบรายมาตรา ซึ่งการอภิปราย กว่า 2 วันที่ผ่านมา ที่ประชุมสามารถอภิปรายได้เพียง 8 มาตราเท่านั้น จากทั้งหมด 32 มาตรา

ขณะที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวานนี้ ได้มีการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 มาตรา 8 ว่าด้วยงบประมาณกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งที่ประชุมมีการลงมติเห็นด้วยให้คงตามร่างของกรรมาธิการ 280 เสียง ไม่เห็นด้วยกับร่างกรรมาธิการ 48 เสียง ไม่ออกเสียง 3 เสียง จากนั้น ได้ปิดประชุมในเวลา 00.58 น.
 
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

สภาฯ ผ่าน งบฯก.คลัง280:56งดออกเสียง2

กรุงเทพธุรกิจ 17 สิงหาคม 2555 >>>

สภาฯ ผ่านงบฯก.คลัง ด้วยคะแนน 280 คะแนน ไม่เห็นด้วย 56 งดออกเสียง 2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการอภิปรายพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ในมาตราที่ 7 ซึ่งเป็นงบประมาณในส่วนกระทรวงการคลังกว่า 3 ชั่วโมง ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติคงไว้ตามหลักการเดิมของกรรมาธิการเสียงข้างมากด้วยคะแนน 280 คะแนน ไม่เห็นด้วย 56 งดออกเสียง 2 

 จากนั้นเป็นการอภิปรายในมาตรา 8 ซึ่งเป็นงบประมาณ ในส่วนกระทรวงการต่างประเทศจำนวน 7,902,193,800 บาท ซึ่งมีการปรับลดคงเหลือ 7,875,985,600 บาท
 
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
 
 
 
 
 
 



-- 
....
piangdin :-)