ความจริง คือ แสงสว่างสู่ทางออกของปัญหา
Thursday, May 14, 2015
Sunday, May 10, 2015
ความเห็นแก่ตัวของสถาบันกษัตริย์ไทย รวยล้นฟ้า แต่เอาเงินประชาไปใช้ส่วนตัว
อังกฤษ มี GDP สูงกว่าไทย 7 เท่า
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 6.66 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่าอังกฤษ 46.6 เท่า
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 6.66 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่าอังกฤษ 46.6 เท่า
สเปน มีGDP สูงกว่าไทย 4 เท่า
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 31 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่าสเปน 124 เท่า
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 31 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่าสเปน 124 เท่า
สวีเดน มี GDP สูงกว่าไทย 1.47 เท่า
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 3 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่าสวีเดน 4.42 เท่า
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 3 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่าสวีเดน 4.42 เท่า
นอร์เวย์มี GDP สูงกว่าไทย 1.34 เท่า
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 14.28 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่านอร์เวย์ 19.1352 เท่า
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 14.28 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่านอร์เวย์ 19.1352 เท่า
เดนมาร์ค มี GDP พอ ๆ กับไทย
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 21 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่าเดนมาร์ค 21 เท่า
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 21 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่าเดนมาร์ค 21 เท่า
ที่สำคัญ สถาบันกษัตริย์ทั้งหมด ไม่ติดความร่ำรวย 1 ใน 10
ของสถาบันกษัตริย์ ที่ร่ำรวยของโลก
ของสถาบันกษัตริย์ ที่ร่ำรวยของโลก
อังกฤษ มี GDP สูงกว่าไทย 7 เท่า งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 6.66 เท่า คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวั...
Posted by Jack Griffins on Saturday, May 9, 2015
Labels:
การเอาเปรียบประชาชน,
ระบบศักดินาไทย,
สถาบันกษัตริย์
Tuesday, May 5, 2015
ชมภาพ ซักเคอร์เบิร์ก ตอนเริ่มออกแบบ Facebook กับเพื่อน ๆ ที่ Harvard
ชมภาพ ซักเคอร์เบิร์ก ตอนเริ่มออกแบบ Facebook กับเพื่อน ๆ ที่ Harvard
|
« เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2015, 06:06:39 PM »
|
ชมภาพ Mark Zuckerberg ขณะเริ่มสร้าง Facebook ณ มหาวิทยาลัย Harvard
เฟซบุ๊กก่อตั้งเมื่อวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2004 โดย Mark Zuckerberg (มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก) และเหล่าเพื่อนในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พร้อมโดยสมาชิกเพื่อนผู้ก่อตั้ง Andrew McCollum, Dustin Moskovitz และ Chris Hughes เหล่าโปรแกรมเมอร์หัวกะทิชั้นปีที่สอง ส่วน Eduardo Saverin มีหน้าที่ดูแลการตลาดและการเงินนั่นเอง หากใครอยากรู้เรื่องราวเพิ่มเติมผมแนะนำให้ไปดูเรื่อง The Social Network นะครับ หนังเรื่องนี้ผมชอบมาก






เพิ่มเติม: CEO ผู้ก่อตั้ง แอพยอดฮิตอย่างอินสตาแกรม ก็เคยถูก มาร์ค ชวนให้ลาออกจากมหาวิทยาลัยมาทำเฟสบุ๊คด้วย แต่ตัวเขาก็ปฏิเสธไป จนปัจจุบัน เฟสบุ๊คได้ซื้อ แอพถ่ายรูปยอดฮิตนี้ไปด้วยราคาสูงถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และทั้งคู่ก็ได้ร่วมงานกันจริงๆครับ
ที่มา - http://www.flagfrog.com/mark-zuckerberg-start-facebook-harvard/
http://www.rsvlts.com/2015/04/30/mark-zuckerberg-harvard-photos/
นำเสนอเป็นภาษาไทย เครดิต http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?PHPSESSID=0kob9m2bemkppk5ecjgnam4pd4&topic=353030.msg6830545;topicseen#new
เฟซบุ๊กก่อตั้งเมื่อวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2004 โดย Mark Zuckerberg (มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก) และเหล่าเพื่อนในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พร้อมโดยสมาชิกเพื่อนผู้ก่อตั้ง Andrew McCollum, Dustin Moskovitz และ Chris Hughes เหล่าโปรแกรมเมอร์หัวกะทิชั้นปีที่สอง ส่วน Eduardo Saverin มีหน้าที่ดูแลการตลาดและการเงินนั่นเอง หากใครอยากรู้เรื่องราวเพิ่มเติมผมแนะนำให้ไปดูเรื่อง The Social Network นะครับ หนังเรื่องนี้ผมชอบมาก
เพิ่มเติม: CEO ผู้ก่อตั้ง แอพยอดฮิตอย่างอินสตาแกรม ก็เคยถูก มาร์ค ชวนให้ลาออกจากมหาวิทยาลัยมาทำเฟสบุ๊คด้วย แต่ตัวเขาก็ปฏิเสธไป จนปัจจุบัน เฟสบุ๊คได้ซื้อ แอพถ่ายรูปยอดฮิตนี้ไปด้วยราคาสูงถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และทั้งคู่ก็ได้ร่วมงานกันจริงๆครับ
ที่มา - http://www.flagfrog.com/mark-zuckerberg-start-facebook-harvard/
http://www.rsvlts.com/2015/04/30/mark-zuckerberg-harvard-photos/
นำเสนอเป็นภาษาไทย เครดิต http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?PHPSESSID=0kob9m2bemkppk5ecjgnam4pd4&topic=353030.msg6830545;topicseen#new
Saturday, May 2, 2015
เวทีนี้ ไม่มีพี่เลี้ยง แต่เรามีเรา ประชาชนผู้ใฝ่เสรีที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย
เมื่อสี่ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา ผมได้คิดทฤษฎีที่จะช่วยอธิบายปรากฏการณ์การต่อสู้ของฝ่ายประชาธิปไตย แล้วก็เกิดวลี มดแดงล้มช้าง เพื่อหาทางปลุกใจให้ประชาชนลุกขึ้นมาสู้ด้วยตัวเอง วันนี้เหตุผลที่ประชาชนต้องสู้เอง ได้ปรากฏชัดเจนสมบูรณ์แล้ว
- ดร.ทักษิณและตระกูลชินวัตร ถูกเจ้ากดหัวไว้เกือบสนิทแล้ว (แต่...อิ ๆ คนอย่างดร.ทักษิณ หมอบราบจริง)
- พรรคเพื่อไทยไม่แตกก็เหมือนแตก นักการเมืองที่มีบารมีก็เหมือนลูกไก่ในกำมือเผด็จการ
- แกนนำนปช. เปลี่ยนจากผู้ชี้นิ้วบงการแทนประชาชน เป็นผู้อ้อนวอนและขอเมตตาจากผู้เข่นฆ่าคนเสื้อแดง และปล้นอำนาจอธิปไตยของคนทั้งชาติไปครองอย่างย่ามใจ
- เครือข่ายของเจ้าเข้มแข็ง ยิ่งใหญ่และมุ่งมั่นจะล้มล้าง ระบอบประชาธิปไตย โดยอ้างว่า ต้องทำลายระบอบทักษิณที่ชั่วร้าย อย่างไม่ลดละ แถมมีพลังทำลายล้างแบบครบวงจร ยากที่ใครคนใดคนหนึ่ง จะลุกขึ้นมานำทัพแบบชัดเจนได้ (อันที่จริง เมื่อทักษิณไม่สามารถทำได้แล้ว ที่เหลือก็จะอ่อนพลัง หรือกระจัดกระจาย ต้องใช้เวลาสะสมบารมีและกำลังพอสมควร)
- การต่อสู้ในประเทศไทย ไม่ใช่ระหว่างคนสองตระกูล หรือแค่ทุนศักดินาและเครือข่าย กับ ทุนใหม่ เท่านั้น แต่ได้พัฒนาให้เห็นว่า เป็นสงครามชนชั้นระหว่างกลุ่มศักดินาและทุน กับ ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ วันนี้ เป็นการเผชิญหน้ากันอย่างชัดเจนแบบไม่ต้องปิดบัง ระหว่างสองชนชั้น
- ไม่นิ่งเฉย
- ไม่หยุดการรับข่าวสารใหม่ และเรียนรู้
- ไม่กลัว
- ไม่ท้อ
- ไม่หลบหนี
- ไม่ทำลายกันเอง คือ ไม่หลงเกม ตกเป็นเครื่องมือของเผด็จการที่ต้องการสลายพลังประชาชน
- ไม่หยุดที่จะหาทางต่อรอง ต่อต้าน ต่อสู้ และโจมตี เพื่อทำลายความชอบธรรม (จอมปลอม) ของเผด็จการ ด้วยวิธีการที่ชาญฉลาด
- ไม่หยุดการสานเครือข่าย ขยายความรู้ ประสานความร่วมมือ และเตรียมการลุกฮือ เพื่อล้มช้างในวันนัดหมาย
- ไม่งอมืองอเท้าให้ใครมาอ้างการนำ โดยประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมวางกรอบและใส่รายละเอียดของเป้าหมาย วิธีการต่อสู้ และการสร้างอนาคตที่ถาวร
- ไม่หยุดการพัฒนาวิธีการต่อสู้ และยกระดับให้สูงและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในการไม่ยอมรับ ไม่ยอมให้ปกครอง และไม่ยอมให้ปกครองต่อ แล้วนำไปสู่การยึดอำนาจมาเป็นของประชาชน เพื่อสร้างชาติใหม่
สรุปสาระสำคัญที่สุด อันเป็นความจริงที่ประจักษ์ต่อหน้าเราทุกคนก็คือ เราจะต้องเลิกเล่นบทผู้ดู หรือผู้อยู่นิ่งเฉย ไม่รับรู้ ไม่รับผิดชอบ และไม่ลงมือทำอย่างจริงจัง แล้วต้องถือเป็นภารกิจส่วนตัวที่จะต้องทำสิ่งต่าง ๆ ให้ดีที่สุดเท่าที่ตนเองจะทำได้ แล้วขณะเดียวกัน ก็ยื่นมือออกไปประสานกับเพื่อนพ้องน้องพี่รอบตัว ที่เข้าใจปัญหาบ้านเมืองตรงกัน และอยากจะมีส่วนช่วยกันแก้ไข...
ไม่มีใครอื่นที่จะรับหน้าช่วยเหลือแล้วทำให้สำเร็จ เป็นพระเอกขี่ม้าขาวดอก มองในกระจก ที่คุณเห็นนั่นแหละ ที่เป็นพระเอกและนางเอก ที่แท้จริง หากคนที่ท่านเห็นในกระจก ไม่ทำอะไรเลย หรือทำอะไรที่ไม่มีผลที่จะสานไปสู่ผลคืบหน้าในภารกิจใหญ่ของการปฏิวัติประเทศเลย เราก็จะไม่มีทางสู่ชัยชนะได้อย่างแท้จริง ...
ลุกมาเป็นนักปฏิวัติ เอาชนะสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง กู้ชาติ และสร้างบ้านแปงเมืองใหม่กันเถิด เพื่ออนาคตที่ดีกว่าในยุคพวกเรา และเพื่อลูกหลานเหลนของพวกเราในระยะยาวสืบไปชั่วนานแสนนาน
Saturday, January 17, 2015
อ.ชูพงศ์-ดร.เพียงดิน ตอน ต้องปฏิเสธอำนาจเผด็จการทุกรูปแบบ แล้วยึดอำนาจ สถาปนาประชาธิปไตย
อ.ชูพงศ์-ดร.เพียงดิน 2015-01-16 ตอน... by piangdin อ.ชูพงศ์-ดร.เพียงดิน ตอน ต้องปฏิเสธอำนาจเผด็จการทุกรูปแบบ แล้วยึดอำนาจ สถาปนาประชาธิปไตย
Subscribe to:
Posts (Atom)

