ความจริง คือ แสงสว่างสู่ทางออกของปัญหา

Saturday, January 17, 2026

ทำไมคนไทยจึงต้องกากบาทเพื่อเปลี่ยนประเทศ




หากแผ่นดินนี้คือยุทธภพ
ประเทศไทยก็คือยุทธภพที่ถูกครอบงำโดย “สำนักใหญ่” มานานเกือบร้อยปี
มิใช่ด้วยคุณธรรม มิใช่ด้วยความสามารถ
แต่ด้วยอำนาจที่สืบทอด ปกป้องกันเอง และปิดประตูไม่ให้ผู้อื่นก้าวเข้าไป
ชาวบ้านในยุทธภพนี้ถูกสอนให้เชื่อว่า
“เจ้าเกิดต่ำ อย่าคิดสูง”
“อดทนคือคุณธรรม”
“ยอมจำนนคือความสงบ”
และเมื่อใดที่ใครตั้งคำถาม
ก็จะถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวป่วน เป็นพวกไม่รักยุทธภพ
ทั้งที่ความจริง เขาเพียงถามว่า
เหตุใดคนฝึกวิชาแทบตาย จึงไม่มีวันขึ้นเป็นจอมยุทธ์ได้
ระบอบที่อ้างธรรมะ แต่ใช้แต่กระบี่
ตลอดเกือบร้อยปีที่ผ่านมา ระบอบที่ครอบงำแผ่นดินนี้
ชอบประกาศว่าตนคือ “ผู้รักษาความสงบ”
แต่ความสงบนั้น คือความสงบของผู้ถือกระบี่
ไม่ใช่ความสงบของชาวบ้านในตลาดล่างเขา
คนไทยทำงานหนักไม่แพ้ผู้ใดในยุทธภพ
แต่กลับจน เหนื่อย และไร้อนาคต
ไม่ใช่เพราะไร้ฝีมือ
แต่เพราะสนามประลองถูกล็อกไว้ตั้งแต่ต้น
แพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันชักดาบ
ความมั่นคงที่ไม่เคยคุ้มครองผู้ไร้อำนาจ
ฝ่ายอนุรักษ์นิยมมักพูดเสียงหนักแน่นว่า
“ถ้าไม่มีสำนักใหญ่ ยุทธภพจะวุ่นวาย”
แต่ลองถามชาวบ้านดูเถิด
ชีวิตเขามั่นคงหรือไม่
รายได้มั่นคงหรือไม่
สุขภาพยามชรามั่นคงหรือไม่
ลูกหลานมีอนาคตหรือไม่
คำตอบคือ ไม่
ความมั่นคงที่พวกเขาพูดถึง
คือความมั่นคงของบัลลังก์
ไม่ใช่ความมั่นคงของชีวิตผู้คน
ความเหลื่อมล้ำคือวิชาต้องห้าม
ในยุทธภพนี้
บางสำนักเข้าถึงทรัพยากร วิชา และเส้นสายได้โดยไม่ต้องพิสูจน์
ขณะที่คนส่วนใหญ่
ต้องกราบ ต้องรอ ต้องทน และต้องหวังปาฏิหาริย์
นี่ไม่ใช่ชะตาฟ้า
แต่คือ การออกแบบยุทธภพให้คนส่วนน้อยชนะเสมอ
เมื่อใครชี้ให้เห็นความอยุติธรรม
ก็จะถูกตราหน้าว่า “คิดล้มสำนัก”
ทั้งที่เขาเพียงต้องการยุทธภพที่ยุติธรรม
ประชาธิปไตยไม่ใช่ยุทธภพโกลาหล
พวกเขาชอบพูดว่า
“ถ้าเปิดให้ทุกคนออกเสียง ยุทธภพจะปั่นป่วน”
แต่นี่คือคำโกหกที่เล่าซ้ำมาหลายชั่วอายุคน
ยุทธภพที่เปิดให้ถกเถียง
ย่อมปล่อยไออัดอั้นออกมาได้
ไม่ต้องรอให้ระเบิดกลางเมือง
ความวุ่นวายที่แท้จริง
ไม่ใช่เสียงของประชาชน
แต่คือ ความเงียบที่ถูกกดทับด้วยอำนาจ
อดทนมานานพอแล้ว
เกือบร้อยปีที่ผ่านมา
ประชาชนถูกขอให้ “รอ”
รอการปฏิรูป
รอคนดี
รอจังหวะเหมาะสม
แต่ผู้มีอำนาจไม่เคยรอ
ไม่เคยเสียสละ
ไม่เคยลงจากบัลลังก์
การซ่อมดาบที่หักมานาน
ไม่อาจทำให้ดาบนั้นคมได้อีก
ประเทศไทยจึงไม่ต้องการการประนีประนอมเล็กน้อย
แต่ต้องการ การเปลี่ยนกระบี่ เปลี่ยนกติกา และเปลี่ยนสนามประลอง
นี่แหละคือความหมายของ
การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างรุนแรง
กากบาทคือการชักดาบของพลเมือง
การกากบาทในคูหา
อาจดูเป็นการขีดเล็ก ๆ บนกระดาษ
แต่ในยุทธภพแห่งชีวิตจริง
มันคือการประกาศว่า
“ข้าไม่ยอมเป็นตัวประกอบอีกต่อไป”
“ข้าไม่ยอมให้อนาคตถูกกำหนดจากเบื้องบน”
“ข้าขอทวงศักดิ์ศรีในฐานะเจ้าของแผ่นดิน”
นี่ไม่ใช่การทำลายยุทธภพ
แต่คือการชำระยุทธภพให้กลับคืนสู่หลักคุณธรรม
บทส่งท้าย
ประเทศไทยไม่เคยขาดคนดี
ไม่เคยขาดคนเก่ง
ไม่เคยขาดคนเสียสละ
แต่สิ่งที่ขาดมาตลอด
คือ โครงสร้างที่ยอมให้คนเหล่านั้นมีที่ยืน
ถึงเวลาแล้ว
ที่ชาวยุทธภพจะไม่ก้มหน้ารับชะตา
แต่จะลุกขึ้นชักดาบแห่งสิทธิ์ของตนเอง
การกากบาทเพื่อเปลี่ยนประเทศ
จึงไม่ใช่การกบฏ
หากคือ การคืนความยุติธรรมให้แผ่นดิน

Friday, September 24, 2021

เชิญร่วมกันสร้างสภาประชาชน เพื่อสานพลังประชาชนทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ

 ท่านสนับสนุนแนวทางสร้างพลังประชาชนตั้งแต่ระดับหมู่บ้านทั่วประเทศหรือไม่? หากสนใจ เชิญปาวารณาตัวผ่านดร.​ เพียงดิน รักไทย ตามลิ้งค์นี้ครับ https://forms.gle/qXZXBP7mLjNALtic9


ฟังเหตุผลที่ควรสร้างสภาประชาชน

https://www.youtube.com/watch?v=0GpkjHtEhHs
 

 

เชิญร่วมกันสร้างสภาประชาชน เพื่อสานพลังประชาชนทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ
 

Saturday, December 26, 2020

มีหนาว! กมธ.ปปช.,ขุดคดีฉ้อโกงยื่นส่งศาล,ถอด "สิระ เจนจาคะ",ออกจาก ส.ส.

มีหนาว! กมธ.ปปช. ขุดคดีฉ้อโกงยื่นส่งศาล ถอด "สิระ เจนจาคะ" ออกจาก ส.ส.

งานนี้มีหนาวแน่! "เสรีพิศุทธ์" ในฐานะประธาน กมธ.ปปช. ขุดคดีฉ้อโกง และอีก
3 คดี ยื่นประธานชวน ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ถอด "สิระ เจนจาคะ" ออกจาก ส.ส.

เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 23 ธ.ค. ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส
ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย
ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤตมิชอบ(ปปช.)
สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย

ร่วมกันแถลงเพื่อยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภาไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
เพื่อถอดถอนนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จากการเป็น
ส.ส. โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า มีผู้ร้องเรียนและให้ข้อมูลระบุว่า
นายสิระ ต้องโทษในคดีต่างๆ และอยากให้ กมธ.ดำเนินการตรวจสอบ

ซึ่งพวกตนพรรคเสรีรวมไทย ยึดมั่นในเรื่องตัวบุคคลเป็นสำคัญ
ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านด้วยกัน หรือฝ่ายรัฐบาล ถ้าเป็นคนดี
เราก็ยินดีด้วยและพร้อมจะให้การสนับสนุน แต่ถ้าเป็นคนไม่ดี
แม้จะเป็นคนในพรรคเดียวกัน เราก็ไม่เอาด้วย ซึ่งในกรณีนายสิระนี้
เมื่อมีผู้ร้องมา ตนในฐานะประธานกมธ.ปปช. ก็ต้องดำเนินการตรวจสอบ
เพราะเราอยากให้สภาเป็นที่ของประชาชน เอาไว้ทำงานให้ประชาชน

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนได้ตรวจสอบแล้วพบว่า
มีคำพิพากษากรณีนายสิระ ไม่ว่าจะใช้ชื่อ ชลสิทธิ์, สุรสิทธิ์ หรือ สิระ
เจนจาคะ ก็ถือว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน ประกอบด้วย

1. ศาลแขวงพระนครใต้
กรณีออกเช็คโดยมีเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คซึ่งนายสิระ
ให้การรับสารภาพและคดีนี้มีระยะเวลานานกว่า 20 ปีแล้ว

2. ศาลแขวงปทุมวัน กรณีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์และการฉ้อโกง ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพทั้ง 2 กรณี

3. ศาลแขวงจังหวัดแพร่ กรณีความผิดต่อร่างกาย จำเลยก็รับสารภาพเช่นกัน

4. ศาลแขวงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรื่องความผิดต่อชีวิต ประมาท ความผิดต่อ
พรบ.ทางบก โดยจำเลยขับรถยนตร์ชนรถจักรยานยนตร์ ซึ่งจำเลยรับสารภาพเช่นกัน
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ มาตรา 98 (7)
ถือว่าคดีมีระยะเวลานานกว่า 20 ปีแล้วจึงถือว่าเป็นอันสิ้นสุด
แต่สำหรับมาตรา 98 (10)ที่ระบุว่าเคยต้องคำพิพากษาคดีเกี่ยวกับทรัพย์นั้น
ศาลแขวงปทุมวัน ได้สั่งจำคุก นายสิระ กรณีเกี่ยวกับทรัพย์

ดังนั้นพรรคเสรีรวมไทยจะยื่นเรื่องนี้ไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร
เพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยว่านายสิระ
มีคุณสมบัติต้องห้ามตามรัญธรรมนูญมาตรา 98 (10) หรือไม่
และหากมีลักษณะต้องห้ามจริง เท่ากับนายสิระรู้ว่าตัวเองมีคุณลักษณะต้องห้าม
แต่ยังแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน กกต. ในตอนที่ไปสมัครลงรับเลือกตั้ง ส.ส.
ตนก็จะส่งเรื่องนี้ไปยัง กกต. เพื่อให้
กกต.ร้องไปยังศาลคดีอาญาแผนกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป

ซึ่งหากมีความผิด จะมีโทษจำคุก 1-10 ปี และปรับ 2หมื่น-2แสนบาท
นอกจากนี้นายสิระยังต้องชดเชยค่าเสียหายจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา
ไปจนถึงต้องคืนเงินเดือนและเบี้ยประชุมกมธ.ทั้งหมดที่ได้รับ
ตั้งแต่วันแรกที่เป็นส.ส.จนถึงวันที่พ้นหน้าที่ด้วย เป็นของขวัญปีใหม่คืนให้กับพี่น้องประชาชน

เมื่อถามว่า ไม่กลัวว่าประชาชนจะมองว่าเป็นการเอาคืนกัน
เพราะมีปากเสียงกันใน กมธ.ปปช. อยู่บ่อยครั้งหรือ พล.ต.อ.เสรี กล่าวว่า
ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เพราะเวลานายสิระมีปากเสียง
ตนไม่ได้ไปมีปากเสียงด้วยกับเขา โดยนายสิระเองถือว่าเขาได้รับเอกสิทธิ์
เขาก็แสดงเอกสิทธิ์เต็มที่จนบ้างครั้งมากและเวอร์เกินไป
แต่ก็ไปทำอะไรเขาไม่ได้ ดังนั้น ไม่ต้องห่วง เพราะตนเป็นคนตรงไปตรงมาอยู่แล้ว