Thursday, August 16, 2012

สรุปข่าวภาคเช้าและภาคค่ำ ประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2555 โดยคุณสิริกัญญาและทีมงาน






Watch...VoiceTv...August 16,2012
 
'เฉลิม'ย้ำเรียกสไนเปอร์สอบปากคำไม่ได้เช็คบิลการเมือง
รองนายกรัฐมนตรี ยืนยัน การเรียกสไนเปอร์ในคดีชุมนุมคนเสื้อแดงมาสอบปากคำ ทุกอย่างดำเนินการตามข้อเท็จจริง ไม่ได้เช็คบิลทางการเมือง
ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเรียกมือสไนเปอร์ จากเหตุการณ์ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงมาสอบปากคำว่า ขณะนี้บุคคลดังกล่าวได้พ้นจากราชการไปแล้ว ดังนั้นสามารดำเนินการได้โดยไม่ต้องขอตัว แต่ต้องดูผลการสอบสวนของดีเอสไอด้วย

ร้อยตำรวจเอกเฉลิม ยังยืนยันว่า ไม่ได้เช็คบิลใคร ทุกอย่างดำเนินการตามข้อเท็จจริง และย้ำว่าเจ้าหน้าที่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เองได้ หากไม่ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ซึ่งขณะนั้นผู้ที่รับผิดชอบศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ  ศอฉ. คือนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งผู้ออกคำสั่งต้องรับผิดชอบ
ส่วนกรณีการไต่สวนชันสูตรพลิกศพ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก และคาดว่าเร็ววันนี้ จะรู้ตัวผู้กระทำผิด
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
ศาลแพ่งสั่งบ.ประกันจ่าย 108 ล้านให้เซ็นเตอร์วัน
http://news.voicetv.co.th/thailand/47593.html
ศาลแพ่งพิพากษาให้บริษัทประกันภัยชดใช้ค่าเสียหาย 108 ล้าน แก่ห้างสรรพสินค้าเซ็นเตอร์วัน โดยระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การก่อการร้าย
ศาลแพ่ง รัชดา พิพากษาคดีกรณีบริษัทพีเพิล พลาซ่า หรือห้างสรรพสินค้าเซ็นเตอร์วัน  ฟ้องเป็นคดีผู้บริโภค ต่อศาลแพ่งรัชดา  เพื่อเรียกค่าเสียหาย  บริษัทแอกซ่า ประกันภัย จำกัด ให้ชดใช้ค่าเสียหายกว่า 122 ล้านบาท จากกรณีมีคนกว่า 200 คน เข้าทำลายอาคาร ขโมยทรัพย์สิน และก่อเหตุเผาห้างสรรพสินค้าเซ็นเตอร์วัน  เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553
 
 ซึ่งศาลพิพากษาให้บริษัทแอกซ่า ประกันภัย จำกัด ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 108 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 จากเงินต้น นับแต่วันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา
 
ด้านนายธานี  รุจินาม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทพีเพิล พลาซ่า ในฐานะทนายความคดี กล่าวว่าบริษัทรับประกันได้ประเมินค่าเสียหายไว้ให้ 94 ล้านบาท จากวงเงินความคุ้มครองประกันภัย 165 ล้านบาท ขณะที่ทางบริษัทใช้เงินซ่อมแซมไปกว่า 155 ล้านบาท 
 
ขณะที่นายรัชพล  รจิรโชติ  กรรมการผู้จัดการบริษัทพีเพิล พลาซ่า กล่าวว่าการฟ้องในครั้งนี้   เน้นที่ข้อเท็จจริงว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง โดยเชื่อว่าคนที่มาเผา ไม่ได้มีเจตนาทางการเมือง หรือต้องการก่อเหตุความวุ่นวายทางการเมือง  จึงทำให้บริษัทรับประกันต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูข้อสรุปอีกครั้งว่า บริษัทประกันจะยื่นอุทธรณ์คดีหรือไม่
 
นอกจากคดีนี้  ศาลแพ่ง ยังสืบพยานจำเลย คือนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ในฐานแกนนำ นปช. ในคดีที่ถูกกลุ่มผู้ค้าย่านดินแดง ยื่นฟ้อง เป็นจำเลยเรียกค่าเสียหายฐานละเมิด กว่า 300 ล้านบาท ในกรณีอาคารพาณิชย์ของผู้เสียหายถูกไฟไหม้ หลังการกระชับพื้นที่ของทหาร ในเดือนพฤษภาคม 2553 
 
โดยนายณัฐวุฒิ  ชี้แจงว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงนั้น เป็นการชุมนุมด้วยสันติวิธี ปราศจากอาวุธ และไม่ใช้ความรุนแรง  ส่วนเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่มีส่วนรู้เห็น เพราะหลังจากประกาศสลายการชุมนุม ก็ถูกควบคุมตัวไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายนเรศวร จังหวัดเพชรบุรี  
 
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
ศาลสั่งพันธมิตร จ่าย522ล้าน คดีบุกสนามบิน
ศาลแพ่งพิพากษาคดี จำลอง แกนนำพันธมิตรกับพวก 13 คน บุกปิดสถามบิน 2 แห่งเป็นเงิน  522ล้าน พร้อมดอกเบี้ย7.5%ต่อปี
วันที่ 25 มีนาคม 2554 เมื่อเวลา10.00น. ที่ห้องพิจารณาคดี 603ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีที่บริษัท การท่ากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) กับพวกที่เป็นแกนนำร่วม รวม 13คน เรื่องละเมิดเรียกค่าเสียหาย จากการฟ้องขับไล่ออกจากพื้นที่ การชุมนุมบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง เมื่อเดือน พ.ย.51
ศาลวิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยทั้ง 13คน กระทำผิดจริงฐานละเมิด นำกลุ่มประชาชนเข้าไปชุมนุม ทำให้ท่าอากาศยานทั้ง 2แห่งของโจทก์ไม่สามารถเปิดบริการขึ้นลงได้ สร้างความเสียหายทั้งกายภาพและทางพาณิชย์ พิพากษาให้จำเลยทั้ง 13ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายต่อโจทก์เป็นเงินรวม 522ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5ต่อปี นับจากวันที่ 3ธ.ค. 51ที่จำเลยนำกลุ่มผู้ชุมนุมออกจากท่าอากาศยานทั้ง 2แห่ง และให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าฤชาทนายความแก่โจทก์เป็นเงิน 8หมื่นบาท
 """"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
สุวรรณภูมิยกเครื่องสุขา ตั้งเป้าคว้าสุดยอดส้วมแห่งปี
http://news.voicetv.co.th/thailand/47585.html
สนามบินสุวรรณภูมิเร่งปรังปรุงพัฒนาส้วม เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่สนามบินมาตรฐานระดับโลก ซึ่งล่าสุดได้รับการรับรองจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ให้เป็นส้วมสะอาดตามมาตรฐาน HAS
สนามบินสุวรรณภูมิเร่งปรังปรุงพัฒนาส้วม เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่สนามบินมาตรฐานระดับโลก ซึ่งล่าสุดได้รับการรับรองจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ให้เป็นส้วมสะอาดตามมาตรฐาน HAS ที่มุ่งเน้นความสะอาด เพียงพอ และปลอดภัยในการใช้บริการ โดยตั้งเป้าคว้ารางวัลสุดยอดส้วมสะอาดแห่งปี 2555 ประเภทสถานีขนส่งทางอากาศ
คือหน้าตาส้วมยุคใหม่  ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังจากที่นำหลักเกณฑ์ตามมาตรฐาน HAS มาปรับใช้ เพื่อให้ส้วมสะอาด เพียงพอ และปลอดภัย  สำหรับผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเดินทางเข้าออกสนามบินแห่งนี้กว่าปีละ 48  ล้านคน ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่างบอกว่า ห้องน้ำสะอาดมากขึ้น และกลิ่นเหม็นลดลง
 
สิ่งที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิปรังปรุงเพิ่มเติ่ม คือการเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาด ทั้งโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า และพื้นห้องส้วม พร้อมทั้งจัดบรรยากาศให้น่าใช้งาน เช่น การเพิ่มไฟส่องสว่าง ประดับต้นไม้ ดอกไม้ และภาชนะบรรจุสมุนไพรดับกลิ่น รองรับผู้ใช้บริการทุกเพศทุกวัยตลอด 24ชั่วโมง ซึ่งปัจจุบันมีส้วมให้บริการภายในสนามบินกว่า 1,500 ห้อง
 
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งเป้าหมายว่าจะติดอันดับท่าอากาศยานดีเด่นระดับโลก ของสภาท่าอากาศยานสากล จึงพัฒนางานบริการทุกด้านรวมถึงส้วม ซึ่งเป็นหนึ่งในดัชนีวัดความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ โดยในเบื้องต้นตั้งเป้าหมายคว้ารางวัลสุดยอดส้วมแห่งปี 2555 ประเภทสถานีขนส่งทางอากาศ
 
โครงการพัฒนาส้วมสาธารณะให้ได้มาตราฐาน HAS ดำเนินการโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เริ่มมาตั้งแต่ปี 2548 ปัจจุบันสามารถผลักดันให้หน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น สถานที่ราชการ โรงพยาบาล ตลาดสด สวนสาธารณะ และสถานีขนส่ง ดำเนินการปรับปรุงส้วมผ่านมาตรฐาน HAS แล้วกว่าร้อยละ 55.47
 
นอกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช อนุมัติงบประมาณกว่า 16 ล้านบาท เปลี่ยนส้วมซึมภายในอุทยานแห่งชาติทุกแห่งให้เป็นส้วมชักโครก เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ที่เป็นผู้สูงอายุ และผู้พิการ รวมทั้งยังได้ปรับปรุงสภาพแวดล้อมโดยรอบ ให้มีบรรยากาศน่าใช้บริการมากขึ้น
 
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
 
 
Various News ...August 16,2012
 
"เหวง"จี้รัฐบาลยอมรับอำนาจ"ICC" สลายชุมนุมเมษา-พฤษภา 2553
 
อ่านการสร้างความปรองดอง ของสถาบันพระปกเกล้า
 
ผบ.ทบ.ไฟเขียว"แก้ว"ติดยศร้อยตรี มอบเงินรางวัล-เสื้อสามารถชั้น 1
 
ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างลงทะเบียนร่วมโครงการ"บัตรเครดิตพลังงาน ยกกำลัง 2"
 
"ศุภชัย"ติงการทำงานประธานพิจารณางบปี 2556 ไร้ประสิทธิภาพ
 
พท.วอน ภท.อย่าโหวตคว่ำ พ.ร.บ.งบฯ ปัดข่าว"เจ๊"ครอบงำ รมต.ดูดงบ
 
"นพดล"คุย"แม้ว"เข้าบิ๊ก ปท.ได้ ยันนานาชาติเข้าใจคดีแม้วผลจากการเมือง
 
รมต.ศธ.ส่งการบ้านให้"นิวัฒน์ธำรง" ก่อนแถลงผลงานรัฐบาล"ปู" 1 ปี
 
สภาป่วน! โต้วุ่นรับจำนำข้าว ไล่ประธานไม่เป็นกลางลงไป"เจริญ"เตือน"วรงค์"ไม่ใช่ศึกซักฟอก
 
"หม่อมเต่านา" โพสต์เฟซบุค ให้กำลังใจ "หญิงอ้อ" - แนะ "โอ๊ค"สู้ข้อกล่าวหาแก้ต่างตัวเอง
 
ด่วน...รื้อชุมชน 1 พันครัวเรือน ! ปักหมุดรถไฟสีแดง "ตลิ่งชัน-ศิริราช"
 
สุดทึ่ง หญิงตาบอด ทำอาหารสุดคล่อง เข้าแข่งรายการ"ยอดกุ๊ก"ของ"ฟ็อกซ์ ทีวี
 
เหวงยื่นหนังสือต่อประชาให้ยอมรับคำสั่งศาลโลก
 น.พ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ยอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ ในส่วนที่เกี่ยวกับอาชญากรรมสังหารประชาชน กลางกรุงเทพมหานคร เมื่อเดือน เม.ย. และ พ.ค. 2553 เพื่อให้ศาลอาญาระหว่างประเทศ สามารถเดินทางมาประเทศไทยเพื่อไต่สวนกรณีเหตุสลายการชุมนุมดังกล่าว และเริ่มดำเนินการตามกฎหมาย กับผู้ที่ออกคำสั่งสังหารประชาชน โดยพล.ต.อ.ประชา ระบุว่า หลังจากนี้ จะดำเนินการตามระเบียบ และจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุ
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
 ณัฐวุฒิขึ้นศาลคดีนปช.เผาตึกชี้การชุมนุมไม่รุนแรง
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะแกนนำ นปช. เดินทางมายังศาลแพ่งรัชดา เป็นพยานจำเลยในคดีที่ถูกกลุ่มผู้ค้าย่านดินแดงยื่นฟ้อง เป็นจำเลยเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดกว่า 300 ล้านบาท จากกรณีอาคารพาณิชย์ของผู้เสียหายถูกไฟไหม้หลังการถูกกระชับพื้นที่เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2553 พร้อมกับกล่าวว่า ในวันนี้ตนมาในฐานะพยานในคดีดังกล่าว โดยจะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาลว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงนั้น เป็นการชุมนุมด้วยการสันติวิธีปราศจากอาวุธ และไม่ใช้ความรุนแรง ส่วนเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นนั้น ตนก็ไม่มีส่วนรู้เห็น เพราะหลังจากประกาศสลายการชุมนุมแล้ว ตนถูกควบคุมตัวไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายนเรศวร จังหวัดเพชรบุรี
         
นอกจากนี้ จะอธิบายต่อศาลเพิ่มเติมว่า สถานการณ์เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น แต่ละฝ่ายต่างยืนยันหลักฐานของตนเอง ว่า ไม่ได้เป็นฝ่ายผิด
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
ศาลรธน.แถลง 3 ตุลาการถอนฟ้องหมิ่นฯ "พสิษฐ์"
นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าทีมโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ แถลงข่าว กรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วยนายจรูญ อินทจาร นายสุพจน์ ไข่มุกด์ และ นายเฉลิมพล เอกอุรุ ได้ฟ้องร้องหมิ่นประมาท นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และ หนังสือพิมพ์มติชนรายวันกรณีร่วมกันเผยแพร่คลิปในยูทูบ และเผยแพร่ข้อมูลว่า ตุลาการทั้ง 3 คน มีส่วนร่วมในการโกงข้อสอบเข้าผู้พิพากษาซึ่งหลังจากศาลอาญา และศาลแพ่ง ได้รับประทับรับฟ้องแล้ว ศาลได้ให้ทั้ง 2 ฝ่าย เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย โดยนายพร้อมพงศ์ ได้ยินยอมตีพิมพ์คำขอโทษลงในหนังสือพิมพ์เป็นเวลา 5 วัน นำข้อมูลออกจากเว็บไซต์ยูทูบ และยินยอมชำระค่าทนายความแทนตั้งแต่เดือนเมษายน แล้ว

ปรากฏว่า ต่อมา นายพสิษฐ์ ได้ยินยอมตีพิมพ์คำขอโทษลงในหนังสือพิมพ์มติชน เป็นเวลา 10 วัน เข้าพบ และขอโทษตุลาการทั้ง 3 คน เป็นการส่วนตัว และชำระค่าทนายความแทน โดยตุลาการทั้ง 3 คน เห็นว่า นายพสิษฐ์ ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการไกล่เกลี่ยแล้ว แม้ยังไม่ครบถ้วนทุกประการตามที่ตกลง แต่ก็ยินยอมที่จะถอนการฟ้องร้องคดีดังกล่าว
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
รุกรัฐบาล! แต่ ปชป. ตายเอง เอาข้อมูลเก่า นสพ. มาตัดแปะ

วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2555 9:39 น. 
ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเป็นการ “อุบไต๋” เอาไว้ใส่ไม่ยั้งในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือว่าจริงๆแล้วยังไม่มีไต๋ ไม่มีอะไรสักอย่างให้อุบ ก็เลยเตรียมทุบกันไปแกนๆเหล่านี้เป็นประเด็นปุจฉาที่ตั้งคำถามกันอย่างมากในแวดวงการเมือง ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะแม้แต่บรรยากาศในการเตรียมทำศึกอภิปรายร่าง พ.ร.บ.รายจ่ายประจำปี วาระ 2-3 ก็ยังดูกร่อยๆอย่างไรพิกล
หากว่ามีการซ่อนไต๋เอาไว้ลึกๆเพื่อเตรียมถล่มได้เนื้อได้หนัง แน่นอนว่าแบบนั้นก็คงจะเรียกเสียงฮาเสียงเชียร์จากบรรดาแฟนพันธุ์แท้คอการเมืองได้ไม่ใช่น้อย
แต่หากจะใช้เป็นแค่การซ้อมใหญ่ก่อนศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถ้าทำแบบนั้นอดเสียวสันหลังแทนพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้านไม่ได้จริงๆ
ไม่รู้ว่าบรรยากาศซึมๆของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะน้อยอกน้อยใจใคร หรือขั้วอำนาจบางขั้ว จนถึงขั้นใส่เสื้อแดงประชดให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยนั้น ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะหายอัดอั้นน้อยใจหรือยัง
เพราะเจอกระแสวิจารณ์หนักมาก จนถึงขั้นมองทะลุไปถึงสุขภาพจิตโน่นเลย
ดีนะที่ผ่านพ้นยุคเป็นรัฐบาลในค่ายทหารมาแล้ว ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องไปพึ่งพาบรรดาพยาบาลสาวๆในค่ายทหารให้ตรวจสุขภาพยกใหญ่อีกสักรอบหนึ่ง
หรือว่าอาจจะเป็นเพราะเรื่อง “หนีทหารไม่หนีทหาร” ซึ่งเป็นอีกรายการที่เจอจัดหนัก แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ขาดอายุความไปแล้วก็ตาม แต่ในฐานะนักการเมืองระดับแถวหน้า
เรื่องของจริยธรรมมันมีหมดอายุความเสียที่ไหน???
ซึ่งเรื่องนี้จริงๆก็เห็นใจหนุ่มมาร์คในวัย 22-23ปีตอนนั้นไม่ได้จริงๆ เพราะนอกจากจะไม่รู้ว่าในอนาคตจะได้ขึ้นมาสูงสุดถึงขั้นเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็ย่อมจะเยาว์วัยจนไม่รู้หรอกว่ากระบวนการเอกสารเกี่ยวกับทหารนั้นมีอะไรบ้าง??
แต่วันนี้คงจำขึ้นใจได้แล้วว่า กรณีชายไทยที่อายุเกิน 21 ปี ที่ต้องการสมัครเข้ารับราชการทหาร จะต้องมีเอกสารสำคัญคือ ใบ สด.43 หรือ ใบ สด.8 มาใช้ในการสมัครเท่านั้น กฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่าจะเป็นเอกสารอย่างอื่นไม่ได้เด็ดขาด
ดังนั้นเรื่องที่นายศิริโชค โสภา งัดเอาใบ สด.9 ที่มีประเด็นเรื่องใบจริงหาย มาขอใบใหม่แล้วมีปัญหาเรื่องวันที่ กับโชว์ ใบ สด. 20 อะไรนั้น จึงยิ่งกลายเป็นเรื่องเข้าเนื้อ
รวมทั้งกรณีใบผ่อนผันที่ลงนามโดย พ.ต.ไพโรจน์ แก้ววงศ์ ผู้ช่วยสัสดี ที่เอามายืนยัน ก็ยิ่งทำให้เหนื่อยเข้าไปใหญ่ เพราะตามกฎหมายแล้วคนที่จะเซ็นหนังสือผ่อนผันจะต้องเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด
ไปเอาหนังสือที่คนไม่มีอำนาจเซ็นมายืนยัน ก็เลยยิ่งเข้ารกเข้าพงว่างั้น
จะว่าไปแล้วเรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์ที่มีมือกฎหมายเจ๋งๆเต็มพรรคไปหมด ไม่น่าที่จะพลาด เพราะข้อกฎหมาย ระเบียบกฎหมายเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารของชายไทย กฎระเบียบเรื่องการผ่อนผัน เอกสารต่างๆ ใครเซ็นได้เซ็นไม่ได้ รวมกระทั่งเอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครเข้ารับราชการทหาร เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องลึกลับซับซ้อน
หลายคนจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมนายอภิสิทธิ์ จึงปล่อยให้นายศิริโชค เอาเอกสาร สด.9 สด.20 มาโชว์หรา โดยที่ไม่ปรึกษาทีมกฎหมายก่อน
ฉะนั้นเรื่องนี้หรือไม่ที่เป็นแรงกดดันให้กับนายอภิสิทธิ์มากยิ่งขึ้น เพราะเจอจัดหนักในเรื่องหนีทหารไม่หนีทหาร กับสารพัดเอกสารที่งัดมาโชว์ใส่กัน แถมยังเจอเกมจากเฟซบุ๊คของ นายพานทองแท้ ชินวัตร เข้าให้อีก เลยยิ่งมึนเข้าไปใหญ่
มึนชนิดที่ นายพานทองแท้ได้ทีเบิ้ลกลับเลยว่า ตระหนักแล้วว่า การโพสต์ตั้งคำถามให้นายอภิสิทธิ์ตอบ ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อสังคมไทย โดยอาจจะทำให้เกิดการกระทบกระเทือนต่อจิตใจ ของนายอภิสิทธิ์ฯซึ่งมีฐานะเป็นผู้นำฝ่ายค้าน จะทำหน้าที่ตรวจสอบผู้อื่นได้ไม่ถนัด
การอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจจะต้องเลื่อนไป
ซึ่งจะไม่เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขณะนี้มีประเด็นว่า หากเกิดการกดดันมากๆ จนกระทั่งมีการปรับเปลี่ยนหัวหน้าปชป.เป็นคนอื่นที่เหมาะสมกว่า จะทำให้การต่อสู้ทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยยากขึ้น(อีกนิด)
เสียดสีกันแสบๆคันๆ จี๊ดๆ กันเลยก็ว่าได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้หลายคนจับตามองอย่างเป็นจริงเป็นจังว่า แล้วเรื่องหนีทหารไม่หนีทหารนี้ จะมีผลกระทบต่อการทำหน้าที่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจจริงๆหรือไม่?
แถมเมื่อมีการโต้กลับจาก ปชป. ว่าจะเขียนมหากาพย์เรื่อง “ลอกข้อสอบ” ก็เลยทำให้นายพานทองแท้ สวนกลับอีกรอบว่า...
“แฉกลับผมแล้ว ถ้าผมบอกว่าผมชี้แจงได้ ที่ผมถามนายอภิสิทธิ์ฯไปก่อนหน้านี้ต้องตอบผมก่อนทั้งหมดนะครับ ตอบมาผมตอบไป แฟร์ๆกันทั้งคู่ แบบลูกผู้ชายชาติทหาร(ถ้าไม่ได้หนีจริง) ปะทะลูกผู้ชายชาติ รด.ปี3 ครับ
ถ้าผมผิดผมยอมถูกปรับตกย้อนหลังครับ แต่ถ้านายอภิสิทธิ์ฯผิด ให้ไปขออนุญาต รมต.กลาโหม โกนหัวไปสมัครเป็นไอ้เณรย้อนหลังครับ เกณฑ์ทหารซักปีสองปีให้เหมือนลูกชาวบ้านเขา เอาไม่เอาให้นายอภิสิทธ์ฯตอบผมเองนะครับ คุณได้สิทธินั้นเดี๋ยวนี้”
จะรับคำท้าหรือไม่?? วันนี้คงเดาใจคนชื่อภิสิทธิ์ ได้ยากเต็มที โดยเฉพาะกรณีที่เดิมพันแรงขนาดนี้
ดีไม่ดี คราวนี้อาจจะมีผลกระทบกับความนิ่งในการที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจขึ้นมาจริงๆก็ได้
ยิ่งนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ก็ผสมโรงเหน็บไปด้วยว่า สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาเปิดข้อมูล ตีปี๊บ โหมโรงนั้น ดูแล้วไม่มีอะไรใหม่ เหมือนเอาข้อมูลจากหนังสือพิมพ์มาตัดแปะ
ถ้าไม่มีข้อมูล ก็ไม่ต้องรีบร้อนอภิปราย เพราะยังมีเวลาอีกมาก เราไม่อยากเห็นภาพการข่มขู่ สุดท้ายก็แค่ราคาคุย
แถมยังถึงขั้นยุส่งเลยว่า หลายคนอยากเห็นพรรคประชาธิปัตย์เสนอชื่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ แนบท้ายญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นแคนดิเดตนายกฯมากกว่า
เพราะภาพลักษณ์ดูดีกว่า มีบารมี มีการทำงานที่สร้างสรรค์กว่า
ตลอดการทำงานช่วง 1 ปีที่ผ่านมา สะท้อนชัดแล้วว่าฝ่ายค้านภายใต้การนำของ นายอภิสิทธิ์ตกต่ำลงแค่ไหน ฉะนั้นถ้าเปลี่ยนตัวผู้นำเป็นนายชวน ฝ่ายค้านคงเข้มแข็งขึ้นเยอะ สมน้ำสมเนื้อกับรัฐบาล และสุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์ก็คือประชาชน
เย้ยกันสุดๆ เพราะดูเหมือนจะไม่เชื่อน้ำยา “มาร์ค แอนด์ แก๊ง” ว่าจะมีข้อมูลใหม่ หรือหลักฐานเด็ด อะไรมาถล่มรัฐบาลยิ่งลักษณ์
ก็ขนาดระดับเณร อย่าง นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ยังเชือดนิ่มๆ ว่าไม่แน่ใจว่าต้องรอนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรีครบ 2 สมัย 8 ปี พรรคประชาธิปัตย์ถึงจะได้อภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่
แบบนั้นก็ประมาทพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดกันมากเกินไป
บรรยากาศตอนนี้จึงเป็นเหมือนแรงกดดันเข้าใส่พรรคประชาธิปัตย์ว่า จะปล่อยให้เย้ยกันเยี่ยงนี้ได้อย่างไร ฉะนั้นข้อมูลมีเท่าไหร่ต้องงัดมาใส่กันเต็มๆแล้วในการที่จะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้
ปัญหาที่แท้จริงก็คือ ประชาธิปัตย์มีความพร้อมในแง่ของข้อมูลพร้อมรบเพียงพอหรือยัง?
หรือจะเป็นอย่างที่โดนถล่มว่า เอาเข้าจริงก็ไม่มีข้อมูลอะไรใหม่ หรือมากกว่าที่เป็นข่าวตัดแปะจากหนังสือพิมพ์ แล้วเอาไปสร้างอุปาทานหมู่กับบรรดาสาวกในบลูสกายแชนแนล
ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ประชาธิปัตย์ก็เหนื่อยเองแน่ๆ
หรือถ้าคิดว่า ทีเด็ดจะอยู่ที่ขุนพลเศรษฐกิจอย่าง นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีคลัง ก็ต้องบอกว่า คงต้องลุ้นเหงื่อตกกีบเหมือนกัน
เนื่องจากในการไปเปิดศึกดีเบตชนกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลังคนปัจจุบัน ซึ่งจัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ก็ดูเหมือนว่านายกรณ์ยังเชือดไม่เข้าเป้าสักเท่าไหร่ แถมยังติดเชื้อเรื่องจินตนาการหรือคิดไปเองเข้าไปด้วยหรือไม่
เพราะอย่างการยกเรื่องน้ำท่วมมาพูด แล้วบอกว่าต้องสร้างความเชื่อมั่นว่า จะไม่เกิดขึ้นอีก ทั้งๆที่นายกรณ์เองก็เรียนเมืองนอกเมืองนามา ดูข่าวต่างประเทศเป็นประจำก็น่าจะรู้ว่าตอนนี้ปัญหาน้ำท่วมเกิดทั่วโลกไปหมด
เพราะเป็นเรื่องภัยธรรมชาติ ที่มาจากผลกระทบภาวะโลกร้อน ซึ่งไม่มีใครที่จะการันตีได้ว่าจะไม่ให้เกิดขึ้น ขนาดสหรัฐอเมริกาที่ว่าแน่ๆ หรือญี่ปุ่นที่ว่าเจ๋งๆ ก็เจอกันอย่างหนักมาแล้วทั้งสิ้
การพูดเรื่องน้ำท่วมจึงดูไม่โชว์อะไรเลยสำหรับคนระดับนายกรณ์
ยิ่งในเรื่องเกี่ยวกับประเด็นการบริหารความเสี่ยงในการใช้เงินงบประมาณจำนวนมากผ่านโครงการ
ประชานิยม ที่จี้ว่าสิ่งที่น่ากังวลสำหรับรัฐบาลชุดนี้ก็คือการที่จะใช้เงินกู้ในประเทศผ่านการออกกฎหมายพิเศษ ด้วยการกู้เงินสูงถึง 2 ล้านล้านบาท จะสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชั่น
แม้แต่การออก พ.ร.ก.บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ก็เคยคัดค้านว่าน่าจะใช้ในงบประมาณปกติแทนการออกกฎหมายพิเศษ โดยเฉพาะการยกเลิกกระบวน การจัดซื้อจัดจ้างแบบปกติ จะทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นมากที่สุด เป็นประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์กังวลมาก
เป็นการพูดในลักษณะเดียวกับที่มีคำวินิจฉัยเรื่องการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญนั่นแหละ คือ มีแต่คาดว่า อาจจะ เชื่อว่าจะเป็นช่องทางทุจริต
ถ้าภาษาการเมืองก็ต้องบอกว่า เป็นจินตนาการล้วนๆ โดยยังไม่มีข้อมูลเจ๋งๆ มาถล่อมได้ว่าเรื่องที่ห่วงนั้นมีอะไรที่เกิดขึ้นจริงแล้วบ้าง
เช่นเดียวกับนโยบายรับจำนำข้าว ก็บอกว่าห่วงว่าจะเป็นนโยบายที่มีช่องโหว่ จะทำให้เกิดการคอร์รัปชั่นได้มากที่สุด
ก็วนเวียนอยู่กับฟิวเจอร์ เทนส์ อยู่นั่นแหละ
ฉะนั้นขนาดนายกิตติรัตน์ ซึ่งเป็นรองนายกฯได้ แต่ทำงานกระทรวงไม่เป็น แถมจริงๆแล้วพูดเก่งได้ไม่เท่ากับนายกรณ์ ยังรู้สึกว่าตอบได้สบาย
แล้วถ้าเป็นในสภา หากข้อมูลยังเป็นตื้นๆอยู่แบบนี้ มีหรือจะไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้ตกกระดานได้
ยิ่งหากไปขนเอามาแต่ข้อมูลที่ตัดจากหนังสือพิมพ์อย่างที่โดนสบประมาท ต่อให้เป็นข้อมูลที่ใช้คอนเนกชั่นกับสื่อที่มีจุดยืนใกล้เคียงกัน ให้ช่วยเขียนให้เห็นว่า เรื่องจำนำข้าวมีประเด็น
เรื่องจำนำข้าวเป็นเหมือนบ่อน้ำมันทางการเมือง
แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่มีหลักฐานชัดเหมือน กรณีปลากระป๋องเน่า นมบูด หรือทุจริตโครงการไทยเข้มแข็ง แต่อย่างใด
ถ้าประชาธิปัตย์ต้องการจะเชือดรัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้ตายคาเขียงให้ได้ ต้องมีหลักฐานเด็ด มีไม้ตายมากกว่า
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
จับเสื้อเหลืองป่วน“ทักษิณ”ปรองดองวิถีอเมริกัน
กลายเป็นเรื่องฮือฮา ทอล์คออฟเดอะทาวน์ของสังคมไทย และสังคมแอลเอ ประเทศสหรัฐอเมริกา
เมื่อความขัดแย้งระหว่างคนเสื้อเหลืองและเสื้อแดงโกอินเตอร์ไปฟัดกันให้ฝรั่งตาน้ำข้าวได้ดูของจริงเป็นบุญตา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้แค่ติดตามข่าวสารการห้ำหั่นกันของคน 2 สีเสื้อในไทยผ่านสื่อ
ภาพความขัดแย้งที่เกิดขึ้นแม้จะไม่รุนแรงเท่าต้นฉบับในเมืองไทย แต่ก็ทำให้ภาพพจน์ของคนไทย ประเทศไทย ตกต่ำในสายตาคนอเมริกัน
การชุมนุมปิดกั้นตามป่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าเหยียบแผ่นดินสหรัฐของคนเสื้อเหลืองที่ยึดต้นแบบไปจากเมืองไทย ได้แสดงให้เห็นถึงความไร้วัฒนธรรม ความไม่เข้าใจคำว่า “สิทธิ เสรีภาพ” ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนในสังคมประชาธิปไตย
ปิดกั้น ตามโห่ฮา ตะโกนไล่ ขว้างปาสิ่งของใส่ ในสังคมไทยอาจทำได้ และที่ผ่านมาก็ทำได้มากกว่านั้น เพราะเส้นใหญ่ ไม่ผิด
แต่ในสังคมคนอเมริกันยอมรับสิ่งนี้ไม่ได้
ตำรวจท้องถิ่นแอลเอหรือ LAPD จึงเข้าควบคุมแนวร่วมพันธมิตรฯ จับใส่กุญแจมือไปสงบสติอารมณ์และดำเนินคดีฐาน “ขัดขวางสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น”
ข้อหานี้หากเอามาใช้ในเมืองไทยคนคงล้นคุก คงไม่มีที่ว่างให้ได้นั่งได้นอน
กระแสข่าวลึกๆระบุว่า การสร้างความปั่นป่วนครั้งนี้มีเป้าหมายต้องการให้สหรัฐถอนวีซ่าเข้าประเทศที่ออกให้ พ.ต.ท.ทักษิณ
ต้องการให้สหรัฐมองว่าคนผู้นี้เป็นบุคคลไม่พึงประสงค์ เป็นบุคคลอันตรายที่จะสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย ไม่ควรให้เข้าประเทศ
สหรัฐเป็นพี่เบิ้มของโลก เป็นประเทศต้นแบบประชาธิปไตย เป็นดินแดนแห่งความเสรี หากยอมให้ พ.ต.ท.ทักษิณเข้าประเทศได้อย่างอิสระ อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกฝ่ายตรงข้ามตราหน้าว่าเป็นนักโทษหนีคดีจะมีความชอบธรรมมากขึ้นในสถานะของตัวเอง
จะมีอิสระมากขึ้น และจะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นในสังคมโลก โซ่ตรวนที่ฝ่ายตรงข้ามไปผูกพันธนาการไว้ด้วยคดีความต่างๆจะไร้ความหมาย
กระบวนการยุติธรรมในไทยจะถูกมองอย่างตั้งข้อสงสัย ตั้งคำถาม จนสูญเสียความน่าเชื่อถือ
นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ค Oak Panthongtae Shinawatra ว่าปัญหาการเมืองแบ่งสีแบ่งฝ่ายลามไปถึงคนไทยในต่างประเทศ ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ถ้าไม่มีการปรองดองอย่างแท้จริง ประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้
ปัจจุบันแค่เริ่มต้นการปรองดองก็เหนื่อยแล้ว ถ้ายังปล่อยให้คน 2 ฝ่ายที่มีผู้สนับสนุนจำนวนมากทั้งคู่เห็นแย้งกันอยู่ โดยฝ่ายหนึ่งเห็นว่าเป็นการ “ขอคืนความเป็นธรรม” อีกฝ่ายเห็นว่าเป็นการ “ล้างผิดคนโกง” ก็คงจะปรองดองกันไม่ได้
จำต้องมีใครที่เป็นกลางจริงๆมาล้างไพ่แล้วแจกให้เล่นกันใหม่ ไม่ต้องเข้าข้างกัน ไม่เอาบรรดาคนที่เกลียดกันมาเป็นกรรมการสอบสวน ทำกระบวนการทุกอย่างให้มีความยุติธรรมอย่างแท้จริงแล้ว ผมว่าเรื่องจบครับ
ความเห็นนี้สอดคล้องกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำสำคัญของคนเสื้อแดง ที่เห็นว่าต้องเร่งเดินหน้าสู่ความปรองดอง การเคลื่อนไหวต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย นึกถึงหน้าตาของประเทศ
และยังกังวลใจต่อท่าทีของนายกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กับใครอีกหลายคนที่ออกมาต่อต้านประณามสหรัฐอย่างรุนแรงจนอาจทำให้เกิดปัญหาระหว่างประเทศขึ้นมาได้
แต่ทั้ง 2 ความเห็นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของคนเสื้อเหลืองในสหรัฐ โดยมองว่าเป็นการส่งสัญญาณให้สหรัฐรับรู้ว่าเป็นนักโทษหนีคดีที่กระบวนการยุติธรรมไทยต้องการตัว และมองว่าการเคลื่อนไหวจนถูกจับกุมไม่มีผลกระทบอะไรต่อภาพพจน์ของประเทศชาติ
ยังไม่นับรวมปฏิกิริยาของพันธมิตรฯในประเทศไทยที่เห็นดีเห็นงามและสรรเสริญเยินยอกับการกระทำของพันธมิตรฯในสหรัฐ
เมื่อมองจากสิ่งที่เกิดขึ้น การสร้างความปรองดองแค่คิดก็เหนื่อยมากแล้วจริงๆ
ความเป็นไปได้ของการสร้างความปรองดองจึงเท่ากับ “0”
ตรงข้ามกับความเป็นไปได้ของการขยายความขัดแย้งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่า
แต่ในความมืดมิดย่อมมีแสงสว่าง ประเทศต้นแบบประชาธิปไตยอย่างสหรัฐทำให้ดูเป็นตัวอย่างแล้ว แค่ “ปิดกั้นขัดขวางสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น” ก็มีความผิดถูกจับใส่กุญแจมือได้
ประเทศไทยก็ควรจะเริ่มต้นจากจุดเล็กๆนี้ก่อน แล้วค่อยๆขยับไปสู่สิ่งที่ใหญ่กว่า
ที่ผ่านมาเราปล่อยให้ม็อบทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ ปิดถนน ปิดล้อมสถานที่ราชการ ยึดทำเนียบรัฐบาล ปิดล้อมรัฐสภา จนลุกลามไปยึดสนามบิน แต่ไม่มีใครถูกจับใส่กุญแจมือ ทำให้เกิดความฮึกเหิมได้ใจ ทำอะไรก็ไม่ผิด ไม่ติดคุก จนเกิดวัฒนธรรมเอาอย่าง
ปัญหาความแตกแยกของสังคมไทยอยู่ที่คนบังคับใช้กฎหมาย ตั้งแต่ตำรวจ อัยการ ศาล
การจะสร้างความปรองดองจึงต้องกลับมาเข้มงวดจากจุดเล็กเหมือนอย่างสังคมอเมริกัน เพราะถ้า “ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น” มีความผิด ถูกจับใส่กุญแจมือ มีบทลงโทษ ก็คงไม่มีใครกล้าละเมิดเรื่องใหญ่ๆ
เมื่อไม่มีคนละเมิด สังคมก็จะเป็นปรกติสุขมากขึ้น
หากยังปล่อยให้อันธพาลครองเมืองอยู่อย่างนี้ “ความปรองดอง” ก็จะเป็นได้แค่ฝันกลางวันที่ต้องฝันกันต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีตอนจบที่แฮปปี้เอนดิ้งเหมือนในละคร
**********************************************************************

 

 

 

 

เย้ยปชป.รู้ตัวช้าคิดยื่นศาลโลก

โพสต์ทูเดย์ 15 สิงหาคม 2555 >>>



เหวงจวกปชป.รู้สึกตัวช้าเอาเรื่องฆ่าตัดตอน 2,500 ศพยื่นศาลโลก แนะใช้ยธ.-บัวแก้วดำเนินการ หยันไม่ควรให้กษิตวิ่งพล่านต่างประเทศ

นพ. เหวง โตจิราการ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะนำเรื่องฆ่าตัดตอนยาเสพติด 2,500 ศพ ขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศนั้น ตนรู้สึกสมเพชและสลดใจกับพรรคประชาธิปัตย์เหลือเกิน และอยากถามว่าในสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล 2 ปี  8 เดือน ทำไมถึงไม่เคยคิดนำเรื่องนี้ขึ้นศาลและจะมาเร่งร้อนอะไรเวลานี้ 

“ผมขอสอนว่าหากพรรคประชาธิปัตย์  ติดใจในเรื่องใด ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าตัดตอน 2,500ศพ กรณีสังหารหมู่กรือเซะและตากใบ ก็มีขั้นตอนให้นำเสนอเรื่องนี้ต่อกระทรวงยุติธรรม หรือกระทรวงต่างประเทศ เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ไม่ใช้ให้นายกษิต ภิรมย์ เอาแต่วิ่งพล่านไปต่างประเทศ อย่างนี้” นพ.เหวง กล่าว
 
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

บี้ยธ.รับอำนาจศาลโลกหาตัวคนสั่งฆ่าเสื้อแดง

โพสต์ทูเดย์ 15 สิงหาคม 2555 >>>



หมอเหวง จี้กระทรวงยุติธรรม พิจารณายอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ หวังหาตัวเบื้องหลังสั่งฆ่าประชาชน

นพ.เหวง โตจิราการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นเรื่องต่อพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เพื่อให้พิจารณา “ยอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศในส่วนที่เกี่ยวกับอาชญกรรมสังหารประชาชนกลางกรุงเทพฯ เมื่อเดือน เม.ย. -  พ.ค. 53” ให้แก่นายทะเบียนศาลอาญาระหว่างประเทศ

นพ.เหวง กล่าวว่า ธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ ในข้อ 12 เงื่อนไขบังคับก่อนสำหรับการใช้เขตอำนาจศาลในข้อย่อย 3 ระบุไว้ว่า “หากการยอมรับอำนาจของศาลฯ โดยรัฐซึ่งมิได้เป็นภาคีของธรรมนูญศาลฯนี้ มีความจำเป็นตามวรรค 2 รัฐนั้นอาจยอมรับการใช้อำนาจของศาลฯ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอาชญกรรมที่เป็นปัญหา โดยส่งมอบคำประกาศให้แก่นายทะเบียน รัฐที่ยอมรับเขตอำนาจศาลต้องร่วมมือกับศาลฯ โดยไม่ชักช้าหรือไม่มีข้อยกเว้นใดตามภาค9”

ขณะที่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า กระทรวงจะรับเรื่องดังกล่าวไปพิจารณาตามกฎหมาย ข้อบังคับ เพื่อนำไปสู่ระเบียบปฏิบัติต่อไป ซึ่งคาดว่าเรื่องดังกล่าวคงไม่ช้า และจะรายงานทุกขั้นตอนให้กับนายกฯรับทราบ

ด้าน นายวรชัย เหมมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทราบมาว่าเรื่องดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่รัฐ จะสามารถเปิดเผยบุคคลที่สั่งการฆ่าประชาชนในเดือนหน้า จึงจำเป็นต้องมีการผลักดันกฎหมายปรองดอง
 
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

เรียกสไนเปอร์ยิงวัดปทุมฯแจง เหลิมปัดตามเช็กบิล 'มาร์ค-เทือก'

ไทยรัฐ15 สิงหาคม 2555 >>>



“เฉลิม” เผยดีเอสไอเล็งเรียกคนในคลิป กรณียิงวัดปทุมฯ มาแจง ระบุสามารถนำตัวมาดำเนินคดีได้ทันที เพราะขณะนี้พ้นราชการแล้ว ยันไม่ล้วงลูกกระบวนการสอบสวน ปัดตามเช็กบิล "มาร์ค-สุเทพ" ลั่นหากไม่ได้ทำผิดก็เช็กบิลไม่ได้...

เมื่อวันที่15 ส.ค. ที่รัฐสภา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมเรียกมือสไนเปอร์ที่ยิงคนเสื้อแดง บริเวณวัดปทุมวนารามมาสอบสวนว่า ดีเอสไอจะเรียกคนที่อยู่ในคลิปมาสอบปากคำ ซึ่งบุคคลคนนั้นขณะนี้ได้พ้นราชการไปแล้ว จึงสามารถนำตัวมาดำเนินคดีได้เลย ไม่จำเป็นต้องขอตัวจากหน่วยงานต้นสังกัด ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะได้พิจารณาต่อไป ส่วนเรื่องการสั่งการของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)ในขณะนั้น คงต้องดูผลการสอบสวนของดีเอสไออีกครั้ง ตนยืนยันว่าจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องเรื่องการสอบสวนพยานหลักฐาน ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรต้องเป็นไปตามนั้น คนทำผิดต้องได้รับโทษ ถ้าใครไม่ผิดตนจะไปสร้างเรื่องไม่ได้

เมื่อถามว่าไม่ได้เป็นการเช็กบิลใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม ตอบว่า ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิดตนคงไม่สามารถไปเช็กบิลได้ ส่วนเจ้าพนักงานที่พ้นราชการแล้ว ทางดีเอสไอจะเรียกตัวมาสอบสวน ส่วนที่ว่าจะเอาผิดได้หรือไม่ตนไม่ทราบรายละเอียด แต่คนที่สั่งการจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้ดีเอสไอมีหลักฐานการออกคำสั่งแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่จะได้รับการคุ้มครอง จากประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 และ 70 อย่างไรก็ตามระยะเวลาในการดำเนินการนั้น ตนไม่ทราบ และไม่ได้เร่งรัดอะไร แต่การดำเนินการต้องมีพยานแวดล้อม พยานบุคคล ซึ่งขณะนี้คดีไต่สวนชันสูตรพลิกศพคืบหน้าไปมากแล้ว ไม่นานคงรู้ตัวว่าใครผิด
 
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

'นพดล'โว'ทักษิณ'ไปปท.ไหนก็ได้

คมชัดลึก 15 สิงหาคม 2555 >>>



'นพดล'โว'ทักษิณ' ไปไหนก็ได้ ย้ำ นานาชาติเข้าใจ 'ทักษิณ'เจอพิษการเมือง เย้ย 'ประชาธิปัตย์-พันธมิตรฯ'อิจฉา ชี้ป่วนแอลเอหัวโจกอยู่กทม.

              15 ส.ค.55 นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า อดีตนายกรัฐมนตรีได้พบและหารือกับนักการเมือง นักธุรกิจ และนักวิชาการหลายคน และได้เข้าพบกับ ดร.เฮนรี่ คิสซิงเจอร์ อดีตรมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ที่สำนักงานของเขาในมหานครนิวยอร์ค ซึ่ง ดร.คิสซิงเจอร์ เป็นนักการเมืองและนักวิชาการที่ทรงอิทธิพลทางความคิดในนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีนิกสันเป็นต้นมา และเป็นผู้รอบรู้เรื่องต่างๆ เกี่ยวกับประเทศจีน ทวีปเอเชีย และอาเซียนเป็นอย่างดี โดย พ.ต.ท.ทักษิณ และดร.คิสซิงเจอร์ ได้หารือและพูดคุยประเด็นทางเศรษฐกิจและการเมืองในภูมิภาคเอเชีย จีน การพัฒนาประชาธิปไตยในพม่า การเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และประเทศไทย ซึ่งการหารือเป็นไปด้วยดีและกว้างขวาง เพราะดร.เฮนรี่ คิสซิงเจอร์ เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ทางด้านการต่างประเทศชนิดหาตัวจับยาก เหมือนเราได้เปิดประตูเชื้อเชิญให้มีการลงทุนเข้ามาในภูมิภาคของเรา หากสหรัฐฯสนใจมาลงทุนในบ้านเรา หรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า มาเช่าที่ปลูกพืชการเกษตร เหมืองแร่ เขื่อน พลังงานไฟฟ้า ก็จะเป็นโอกาสของเราที่เข้าไปร่วมด้วย

           "วันนี้เห็นชัดเจนแล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถเดินทางไปได้ทุกแห่งในโลก ประเทศรัสเซีย จีน อังกฤษ สหรัฐฯ ซึ่งมีที่นั่งถาวร ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ท่านไปมาหมดแล้ว การเดินทางไปสหรัฐฯโดยทั่วไปถือว่าประสบความสำเร็จ ซึ่งตรงนี้อาจไปกระตุกต่อมอิจฉาของศัตรูทางการเมือง เช่น กลุ่มพันธมิตรฯ จึงเกิดการประท้วงบ้าง โดยน่าจะเป็นการจัดตั้งจากกรุงเทพฯ เพราะหัวโจกอยู่ที่นี่ อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ยี่หระ ครั่นคร้ามหวั่นไหวอะไร เพราะเป็นเรื่องเล็กน้อยทางการเมืองที่ไม่อยากใส่ใจ เอามาเป็นอุปสรรคในการเดินทางไปประเทศอื่นๆ การเดินทางไปประเทศต่างๆ โดยสะดวกของ พ.ต.ท.ทักษิณ สะท้อนว่า นานาชาติเข้าใจว่าคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น เป็นผลพวงจากเรื่องการเมือง ก็ต้องย้อนกลับมาดูภายในประเทศว่าเมื่อทั่วโลกคิดเช่นนั้นแล้ว เราจะคิดกันอย่างไร ฝ่ายต่อต้านจะรับฟังเสียงสะท้อนจากต่างประเทศมากน้อยแค่ไหน การเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ผ่านมาประชาชนก็ใช้ 15 ล้านเสียง บอกแล้วว่าให้ปรองดอง หยุดทะเลาะกันเสียที การยึดอำนาจไม่ใช่การแก้ปัญหา

            นายนพดล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ แก้ว พงษ์ประยูร นักมวยที่ทุกคนรู้สึกตรงกันว่าถูกปล้นเหรียญทอง กรณีนี้น่าจะทำให้คนอีกฝ่ายเข้าใจความรู้สึกถึงการถูกกระทำเป็นอย่างไร ถ้าไม่ถูกกระทำก็จะไม่เข้าใจถึง 2 มาตรฐาน ภาพที่กลุ่มพันธมิตร และพรรคประชาธิปัตย์ ป้ายสี ว่าท่านเป็นนักโทษหลบหนีคดี จึงเป็นภาพที่ถูกวาดขึ้นบริเวณถนนเศรษฐศิริ และถนนพระอาทิตย์ เท่านั้น แต่ภาพที่ชาวโลกเห็นคือ ภาพการถูกกระทำจากรัฐประหาร
 
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

"หม่อมเต่านา" โพสต์เฟซบุค ให้กำลังใจ "หญิงอ้อ" - แนะ "โอ๊ค"สู้ข้อกล่าวหาแก้ต่างตัวเอง

มติชน 15 สิงหาคม 2555 >>>




จากกรณี น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟสบุคเป็นจดหมายเปิดผนึกพาดพิง คุณหญิงพจมาน ณ ป้องเพชร มารดาของนายพานทองแท้ ชินวัตร

ล่าสุด ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล หรือ "หม่อมเต่านา" โพสต์ข้อความให้กำลังใจคุณหญิงพจมาน และระบุว่า นายพานทองแท้ ควรสู้ข้อกล่าวหาและแก้ต่างให้ตัวเอง

"ขอเป็นกำลังใจให้คุณหญิง พจมาน ณ ป้อมเพชร ในเรื่องต่างๆที่กำลังเกิดขึ้น.​.ในฐานะคนไทยที่ไม่เคยเลือกพรรค​เพื่อไทย หรือให้การสนับสนุนใดๆกับกิจการ​ของ พ ตท ทักษิณ และครอบครัว ออกจะไปทางแนวหลีกเลี่ยงในการสนับสนุนด้วยซ้ำ.. อยากบอกให้คุณหญิงทราบว่า ดิฉันเข้าใจในหัวอกความห่วงใยที่แม่ทุกคนพึงมีต่อลูก และอยากให้คุณหญิงสบายใจได้ว่า เรื่องทุกเรื่องของทุกคนที่กำลั​งถุกกลับนำมาโจมตี อีกครั้งไปๆมา เป็นเรื่องที่พวกเรารู้ดีอยู่แล้ว  ไม่มีอะไรน่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องส่วนตัว​ของ นายพานทองแท้ ชินวัตร.. ดิฉันก็รู้สึกว่าก็เป็นแค่เรื่อ​งของการเติบโตของเด็กคนหนึ่ง ที่ย่อมต้องเดินผิด เดิน ถูก บ้าง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะไม่ว่านายพานทองแท้จะทำอะไ​ร ก็แค่ทำกับตัวเองและครอบครัว ไม่ได้ทำให้ใครตาย.. ดิฉันกลับเห็นว่าเป็นโอกาศดีที่​ นายพานทองแท้ จะได้ใช้โอกาสนี้ แก้ต่างให้กับตนเอง.. ถ้าเห็นว่ามีความจำเป็นต้องแก้ หรือถ้าหากจะทำกันถึงขั้นฟ้องร้​อง ก็พึงทำกันไป... ดิฉันไม่รู้สึกอะไร ยังไง ยังไง ณ จุดนี้หากไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญ​ให้เป็นฉบับประชาชน โดย สสร ดิฉันก็จะไม่มีวันเลือกพรรคเพื่​อไทยอยู่แล้ว ที่เขียนนี่แค่อยากเป็นกำลังใจ และโดยส่วนตัวอยากให้ นายพานทองแท้ เลือกที่จะสู้กับข้อกล่าวหาต่าง​ๆทั้งที่จริงหรือไม่อย่างไร ให้ถึงที่สุด เพราะมันคือโอกาสดีที่นายพานทอง​แท้ จะได้พิสูทธิ์ และตอบกับตัวเองได้ว่า.. ตัวเขาเองนั้นมีความแข็งแกร่งแค่ไหน เพราะอะไรที่ไม่สามารถทำลายเราไ​ด้ มีแต่จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นค่​ะ"
 
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""


Watch...VoiceTv...August 16,2012
 
ถกงบ56 วันที่ 2 ฝ่ายค้านเน้นงบฯที่ไม่มีการเปิดเผย
ประธานรัฐสภา พอใจภาพรวมการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย คาดจะพิจารณาผ่านวาระได้ภายในวันศุกร์นี้ ส่วนฝ่ายค้าน ระบุการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณในวันที่ 2  จะเน้นให้เห็นถึงการทำงานที่ล้มเหลวของรัฐบาล และการใช้งบประมาณที่ไม่มีการเปิดเผย
นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฐ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่าการอภิปรายร่างพระราชบัญญัตติงบประมาณ ซึ่งมีขึ้นวันนี้เป็นวันที่ 2  ยืนยันว่าฝ่ายค้านมีหลักฐาน เกี่ยวกับโครงการป้องกันน้ำท่วมที่พบว่ามีการหักค่าหัวคิว แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ใส่ใจในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ในวันนี้จะต้องมีการเปิดเผยเอกสารเกี่ยวกับงบประมาณที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจำนวน 1 แสน 2 หมื่นล้านบาท และงบประมาณในการจัดทำเว็ปไซต์ของสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายค้านไม่สามารถตรวจสอบได้
ด้านนายวรวัจน์ เอื้ออภิญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยัน ไม่มีการจัดงบประมาณลงพื้นที่ภาคเหนือเป็นพิเศษ และไม่มีกรรมาธิการจัดสรรงบฯ  ลงพื้นที่ตัวเอง การออกมาระบุว่า เจ๊ใหญ่ภาคเหนืออยู่เบื้องหลัง เป็นการพูดลอยๆ เพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล จึงขอเรียกร้องให้ระบุให้ชัดว่าเจ๊ใหญ่ภาคเหนือหมายถึงใคร จัดสรรงบลงโครงการใด เพราะงบที่แปรบัญญัติสามารถตรวจสอบได้ ไม่มีความผิดปกติ
ด้านนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา กล่าวว่าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2556 วานนี้ โดยภาพร่วมมีความเรียบร้อย ส่วนการประท้วงระหว่างการอภิปราย ถือเป็นสิทธิของสมาชิก ซึ่งประธานต้องอุญาตให้ใช้สิทธิ์ตามข้อบังคับ ก่อนประธานจะใช้ดุลยพินิจวินิจฉัยข้อประท้วง
หรับการประชุมในวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่สอง จะประชุมจนถึงเวลา 24.00 น.ตามกำหนด คาดว่าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2556 จะสามารถพิจารณาเสร็จสิ้นได้ภายในวันศุกร์นี้ ตามที่ได้กำหนดไว้ สำหรับมาตราการรักษาความปลอดภัยภายในรัฐสภา ได้กำชับให้นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานรัฐสภา ดูแลเป็นพิเศษ ส่วนวันนี้ที่ประชุมเริ่มที่มาตรา 5 งบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วงเงินงบประมาณกว่า 2 หมื่นล้านบาท
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

'Sniper' มัวแต่หาคนยิง อย่าลืมคนสั่ง


http://shows.voicetv.co.th/wakeup-thailand
รายการ Wake up Thailand ประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2555
 
นำเสนอประเด็น
 
-ปชป.พร้อมถลกหนังรัฐบาลในศึกซักฟอกงบปี 56                                     
-อภิปรายงบฯ วันแรก ฝ่ายค้าน – รัฐบาลโต้จำนำข้าววุ่น                     
-'กิตติรัตน์' ชี้แจงงบปี 56                                                                                  
-พล.อ.ประยุทธ์ ฉุนขาดดีเอสไอ เปิดข้อมูลปราบเสื้อแดง หวั่นกระทบภาพลักษณ์ทหาร       
-ศูนย์ข่าวอิศราเปิด  3 กลุ่มป่วนใต้ - จับตา ศปก.กชต.                                
-เรียกพลสไนเปอร์ชี้แจง เฉลิมสั่งฟันไม่เลี้ยง                                                
-เป๊กควงธัญญ่าแถลง ยันจบกับพิงค์กี้แล้ว                                                                                          
16 สิงหาคม 2555 เวลา 08:29 น.
http://shows.voicetv.co.th/wakeup-thailand
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

รับจำนำข้าวชาวนาได้หรือเสีย?

http://shows.voicetv.co.th/hot-topic

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน เกษตรกรชาวนาข้าวถือเป็นภาคการผลิตที่มีความอ่อนแอที่สุดของประเทศ และมีระดับการพัฒนาน้อยที่สุด ตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยที่เข้ามาตักตวงหาผลประโยชน์  และเพื่อใช้เป็นฐานคะแนนเสียง ผ่านโครงการประชานิยมต่างๆ
 
ล่าสุดโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในสมัยของรัฐบาลยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ที่ได้ใช้เงินโอบอุ้มซื้อข้าวสารเก็บไว้ในสต๊อกมากที่สุดในประวัติศาสตร์  ผ่านมาแล้ว 2 ฤดูกาล (นาปี 2554/55 และนาปรังปี 2555) ที่คาดว่าจะใช้งบประมาณสูงถึง 3 แสนล้านบาทผลประโยชน์จากโครงการดังกล่าวจะตกถึงมือชาวนาตัวจริงหรือไม่  
 
อย่างไร รายการ Hot Topic วันนี้ (16 สิงหาคม 2555) ร่วมพูดคุยกับนายประสิทธิ์  บุญเฉย  นายกสมาคมชาวนาไทย ติดตามชมได้ตั้งแต่เวลา 18.30 น.เป็นต้นไป
 
16 สิงหาคม 2555 เวลา 13:26 น.
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

ประธานวุฒิฯคนใหม่ สะท้อนประชาธิปไตยและปรองดอง


รายการ Hot Topic ประจำวันที่ 15 สิงหาคม 2555
 
'นิคม' ประธานวุฒิสภาคนใหม่ ยืนยัน ยึดหลักความเป็นกลางในการทำ ปราศจากการครอบงำทางการเมือง
 
วันนี้ (15 สิงหาคม 2555) รายการ Hot Topic ร่วมพูกดคุยนายนิคม ไวยรัชพานิช ว่าที่ประธานวุฒิสภา หลังจากได้รับตำแหน่งล่าสุดกับการปฎิบัติหน้าที่
 
นายนิคม กล่าวว่า ตลอดเวลา 4 ปีกว่าที่ผ่านมา ได้ทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ยึดตามหลักนิติรัฐ นิติธรรมมาโดยตลอด ทำให้องค์กรวุฒิสภาเป็นที่พึ่งของประชาชน ปราศจากการครอบงำทางการเมือง และยืนยันว่าแม้จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา ก็จะยืดหยัดทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด โดยเฉพาะจะไม่ทำงานตามกระแสกดดันจากพรรคการเมืองใด
 
ส่วนเรื่องการถอดถอน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในคดีแทรกแซงอำนาจข้าราชการในกระทรวงวัฒนธรรม ที่จะมีขึ้น ในวันที่ 27 ส.ค.นี้ เรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการกฎหมายและทุกอย่างจะเป็นไปตามกระบวนการเดิม ทั้งนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญและร่างพรบ.ปรองดอง จะต้องให้ประชาชนเกิดความเข้าใจก่อน และจะต้องเริ่มด้วยการปรองดอง  เพื่อให้เกิดการยอมรับ
15 สิงหาคม 2555 เวลา 18:59 น.
View 958
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
Asia Update...August 16,2012
 
ประชาชนข่าว 16-8-55
 
ตรงไปตรงมา 16-8-55
 
ข่าวเที่ยงDNN 16-8-55
 
คอลัมน์อัพเดท ปีครึ่งก็ยังดี 16-8-55
 
คุยกันวันละประเด็น - เพลงลูกทุ่งกับวัยรุ่นไทย 15-8-55
 
คอลัมน์อัพเดท ใกล้เข้ามาแล้ว 16-8-55
 
ค้นหาความเป็นธรรม 16-8-55
 
Road To Asean 16-8-55
 
ประชาธิปไตยที่ปลายอุโมงค์ - ฝ่ายบริหารของประเทศรัสเซีย 16-8-55
 
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
 
 
 
 
Various News..August 16,2012
 
"นพดล"เผย"แม้ว"หัวเราะข่าวมะกันสั่งหยุดเคลื่อนไหว เผยเข้าฮาวายแล้ว
 
เพื่อไทยตีปี๊บ"มัชฌิมา"เท 7 เสียงหนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2556
 
"สาทิตย์"แจงงบสร้างภาพลักษณ์รัฐบาล"มาร์ค"สมเหตุผล เหตุมีการบิดเบือนให้ประเทศเสียหาย
 
กลุ่มถลกหนังหัวคนโกงบุกสภา ร้อง กมธ.ฯ สอบโกงหอมแดงศรีสะเกษ
 
"ณัฐวุฒิ"จับมืออินโดฯ-มาเลย์ลดปริมาณส่งออกยางพารา หวังดึงราคาสูงขึ้น
 
กทม.ร่วมเคทีและบีทีเอส เตรียมส่งข้อมูลจ้างบีทีเอสให้ดีเอสไอ 17 ส.ค.
 
ส.ว.สรรหาเปิดตัวชิงรองประธานวุฒิสภา"ดิเรก"กำลังรอตัดสินใจ
 
รัฐตั้งบอร์ดใหญ่"ทวายโปรเจ็กต์" รื้อแผนลงทุนดึงจีน-ญี่ปุ่นลงขั
 

"เฉลิม" เผย "ภาณุพงศ์" เคลียร์ "บิ๊กตู่" แล้ว หลังไม่สบายใจ ดีเอสไอเรียก จนท.สอบคดี 98 ศพ

 
ประยุทธ์สั่งโต้ ′ดีเอสไอ′ แฉทหารยิงแดง ชี้ส่งผลเสียต่อรูปคดี ′แกนนำแดง′ลั่นได้คนสั่งฆ่าก.ย.นี้
 
 
สภาถกงบวันที่2 ส.ส.เพื่อไทยประท้วงวุ่น หลัง ปชป.ทวงขอเอกสารงบ-"พิเชษฐ" จี้"โต้ง"เข้าร่วมรับฟัง ยัวะจัดจะสีซอให้ฟัง
 
 
ฟื้นคดีฆ่าตัดตอนย้อนคดี 98 ศพ จดหมาย ดร.คณิต ถึง ร.ต.อ.เฉลิม
 
ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง "เมื่อไรจะแฉ520ล้าน"
 
การเมืองเรื่อง "ทหาร" จับตาเก้าอี้ "รีเควสต์" "ปลัดกลาโหม-เสธ.ทบ."
 
ประธานจากเลือกตั้ง ภาวะเปลี่ยนดุลอำนาจ วุฒิสภา-การเมือง
 
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

"นพดล"เผย"แม้ว"หัวเราะข่าวมะกันสั่งหยุดเคลื่อนไหว เผยเข้าฮาวายแล้ว

มติชน 16 สิงหาคม 2555 >>>






เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีมีการเสนอข่าวในเว็บไซต์ที่อ้างเป็นสื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณถูกสหรัฐอเมริกาสั่งให้ยุติการเคลื่อนไหวทางการเมืองในสหรัฐ และขอให้เดินทางออกนอกประเทศนั้น ตนได้ตรวจสอบข่าวแล้ว ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณฟังข่าวเท็จได้แต่หัวเราะ และยืนยันว่าไม่จริง เป็นข่าวเท็จที่มีการปล่อยในเว็บไซต์ต่างๆ จากพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองเจ้าประจำ เพื่อสร้างความสับสน พวกนี้เอาทุกทาง แม้แต่เต้าข่าวขึ้นมาและการปล่อยข่าวเท็จของบุคคลกลุ่มนี้ในเรื่องต่างๆ ได้สร้างความเสียหายให้ประเทศไทยมามากแล้ว ประชาชนเขารู้ทันและให้เลิกพฤติกรรมเช่นนี้เสีย ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ฮาวายตามปกติและการไปสหรัฐอเมริกาก็ไม่ใช่การเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่เป็นการเดินทางไปพบปะนักธุรกิจ นักการเมืองและผู้สนับสนุนเท่านั้น
 
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

ศาลไต่สวนการตาย 6 ศพในวัดปทุมวนาราม

MCOT 16 สิงหาคม 2555 >>>



ศาลอาญากรุงเทพใต้ 16 ส.ค. – ศาลไต่สวนการตาย 6 ศพ ในวัดปทุมวนาราม อัยการนำญาติผู้เสียชีวิตขึ้นเบิกความ ยันทหารยิง  ศาลนัดไต่สวนพยานครั้งต่อไป 23 ส.ค.นี้

ศาลได้ไต่สวนคำร้องชันสูตรการเสียชีวิตคดีหมายเลขดำที่ ช.5/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4  ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนชันสูตรการเสียชีวิตของ นายสุวัน ศรีรักษา อายุ 30 ปี อาชีพเกษตรกร ผู้เสียชีวิตที่ 1  นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี บัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้เสียชีวิตที่ 2  นายมงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ผู้เสียชีวิตที่ 3  นายรพ สุขสถิต อายุ 66 ปี อาชีพพนักงานขับรถรับจ้างในสนามบิน ผู้เสียชีวิตที่ 4  น.ส.กมนเกด ฮัคอาด อายุ 25 ปี อาชีพพยาบาลอาสา ผู้เสียชีวิตที่ 5 และนายอัครเดช ขันแก้ว อาชีพรับจ้าง ผู้เสียชีวิตที่ 6 ซึ่งทั้ง 6 ศพ ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม แยกราชประสงค์ ในช่วงที่มีการสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (16 ส.ค.) พนักงานอัยการนำ นางอัญชลี สาลิกานนท์ อายุ 36 ปี พี่สาวของ นายอัฐชัย ผู้เสียชีวิตที่ 2 ขึ้นเบิกความว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตที่ 2 สำเร็จการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 เวลาประมาณ 16.00 น. ได้โทรศัพท์คุยกับผู้เสียชีวิตที่ 2 แจ้งให้ทราบความเคลื่อนไหวการชุมนุมของกลุ่ม นปช. บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ว่า แกนนำ นปช. ได้ประการยุติการชุมนุม และเข้ามอบตัวแล้ว ผู้เข้าร่วมชุมนุมส่วนใหญ่จึงหลบหนีเข้าไปหลบภัยภายในวัดปทุมฯ รวมทั้งผู้เสียชีวิตที่ 2 ด้วย ต่อมาได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากเพื่อนน้องชายที่ไปร่วมชุมนุมว่า น้องชายถูกยิงเสียชีวิตแล้ว จึงรู้สึกตกใจ แต่ยังตั้งสติคุยโทรศัพท์ โดยพยานถามไปว่า น้องชายถูกยิงที่ไหน เพื่อนผู้ตายบอกว่า ถูกกระสุนเข้าที่หน้าอกซ้าย โดยทหารเป็นผู้ยิงที่เกิดเหตุตรงบริเวณประตูทางเข้าวัดปทุมฯ

นางอัญชลี เบิกความต่อว่า หลังทราบเหตุการณ์ จึงโทรศัพท์แจ้งไปที่สถานีวิทยุแห่งหนึ่งให้ช่วยออกอากาศว่า มีผู้ถูกยิงเสียชีวิตที่วัดปทุมฯ และโทรศัพท์แจ้งไปยังศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ.ให้ทราบว่ามีการยิงกัน พร้อมประสานไปยัง พ.ต.ท.ธีระวัฒน์ พี่ชาย ให้แจ้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำศพน้องชายออกมาจากที่เกิดเหตุ แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากขณะนั้นมีการประกาศเคอร์ฟิว วันที่ 20 พฤษภาคม 2553  จึงได้ไปรับศพน้องชาย พร้อมกับ พ.ต.ท.ธีระวัฒน์ โดยแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า ถูกกระสุนยิง จากนั้น จึงไปแจ้งมรณะและนำศพไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนา เป็นเวลา  3 วัน เมื่อเสร็จพิธีแล้ว จึงไปแจ้งความที่ สน.ปทุมวัน

นอกจากคดีนี้แล้ว พยานยังได้ยื่นฟ้องศาลแพ่ง นายอภิสิทธิ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีขณะนั้น และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ต่อหน่วยงานต้นสังกัด ให้ชดใช้ค่าเสียหายอีกด้วย โดยคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ซึ่งหลังเกิดเหตุพยานได้รับการช่วยเหลือชดเชยจากสำนักพระราชวัง จำนวน 50,000 บาท กทม. 30,000 บาท กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 400,000 บาท และเงินเยี่ยวยาจากมติคณะรัฐมนตรี (สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี) รวมจำนวนทั้งหมดประมาณ 7,500,000 บาท

จากนั้น พนักงานอัยการนำ นายขาล ศรีรักษา อายุ 65 ปี บิดาของ นายสุวัน ผู้เสียชีวิตที่ 1 ขึ้นเบิกความสรุปว่า นายสุวัน พักอาศัยอยู่กับพยานที่บ้านในต่างจังหวัด ก่อนเกิดเหตุ นายสุวัน มาบอกว่าจะไปทำงานรับจ้างที่จังหวัดทางภาคใต้ระยะหนึ่ง โดยไม่ทราบว่าผู้ตายเข้าไปร่วมชุมนุมในที่เกิดเหตุได้อย่างไร กระทั่งวันที่ 20 พฤษภาคม 2553 มีผู้โทรศัพท์มาแจ้งว่า นายสุวัน บุตรชาย ถูกยิงเสียชีวิตใต้รางรถไฟฟ้า ใกล้วัดปทุมฯ และบอกว่า ถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐ คือ ทหารยิง  แต่พยานยังไม่สามารถเดินทางมารับศพได้เนื่องจากมีประกาศเคอร์ฟิว หลังจากนั้นประมาณ 7 วัน จึงเดินทางมารับศพบุตรชาย พบว่าถูกยิงกระสุนเข้าที่ศีรษะและลำตัวหลายแห่ง จึงเข้าแจ้งความที่ สน.ปทุมวัน และ  สน.บางรัก ให้ดำเนินคดี  สำหรับค่าชดเชยพยานได้รับความช่วยเหลือจากสำนักพระราชวัง หน่วยงานต่าง ๆ และรัฐบาล รวมเป็นเงินประมาณ 7.5  ล้านบาท

ต่อมา นายถวิล ใสลำเผาะ อายุ 63 ปี ลุงของ นายอัครเดช เข้าเบิกความว่า ผู้ตายประกอบอาชีพรับจ้าง โดยบิดามารดาเสียชีวิตหมดแล้ว เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า นายอัครเดช ที่ไปเป็นเจ้าหน้าที่อาสาในการแจกจ่ายยาถูกยิงเสียชีวิตภายในวัดปทุมฯ ต่อมาจึงไปดูศพพบว่ากระสุนเข้าที่ปากทะลุท้ายทอย จึงนำศพไปบำเพ็ญกุศลและแจ้งความที่ สน.ปทุมวัน หลังเกิดเหตุพยานยังไม่ได้รับเงินชดเชยหรือเยียวยาจากหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ทราบว่าเพราะอะไร

ภายหลังศาลไต่สวนพยานเสร็จสิ้นแล้ว ศาลนัดไต่สวนพยานครั้งต่อไปวันที่ 23 สิงหาคม 2555 เวลา 09.00 น.- สำนักข่าวไทย
 
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
 

"นพดล" โพสต์เฟซบุ๊กอัดผู้คัดค้านนาซา ยังไม่พบ สด.9

มติชน 16 สิงหาคม 2555 >>>




วันที่ 16 ส.ค. เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กส่วนตัว (Noppadon Pattama) ระบุว่า หลังจากมีผู้คัดค้านไม่ให้ใช้อู่ตะเภา องค์การนาซาได้ประสบความสำเร็จใน 2 เรื่องใหญ่ๆ คือส่งหุ่นยนต์ลงสำรวจดาวอังคาร และเพิ่งค้นพบกาแล็กซี่ใหม่ ที่ยิ่งใหญ่มาก แต่กลับกันกับฝ่ายผู้คัดค้านที่สำรวจ อย่างไรก็ยังไม่พบ สด. 9 เสียที
 
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

"ณัฐวุฒิ" ฟิตพร้อมขับแท็กซี่ให้บริการ-เผยค่าตัวทะลุ 1 แสนบาทแล้ว

ข่าวสด 16 สิงหาคม 2555 >>>





 เวลา 13.00 น. วันที่ 16 ส.ค. ที่รัฐสภา นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานโครงการ “แท็กซี่สิ่งสู้ฟัด 2” กล่าวถึงกรณีการเข้าร่วมทำกิจกรรมเพื่อหาเงินสมทบทุนเข้ามูลนิธิสหกรณ์แท็กซี่ โดยให้ผู้ใช้บริการรถแท็กซี่มีส่วนร่วมพัฒนามูลนิธิ โดยนายณัฐวุฒิ จะขับรถแท็กซี่ให้บริการผู้โดยสารด้วยตัวเองว่า หลังจากประกาศกิจกรรมดังกล่าวไปแล้ว ขณะนี้มีการเสนอราคาค่าโดยสารแท็กซี่ที่ตนจะขับมาแล้ว สูงสุดกว่า 1 แสนบาท ในการที่จะให้ตนขับรถแท็กซี่บริการ ซึ่งตนขอยืนยันว่าขณะนี้ฟิตเต็มที่ ไม่ว่าไปที่ไหนในกทม. จะพยายามจดจำเส้นทางอยู่ตลอดเวลาเพื่อจะได้ให้บริการผู้โดยสารอย่างประทับใจ  อีกทั้งได้ซ้อมร้องเพลง ซ้อมขับเสภา และอื่นๆ เพื่อเป็นการให้บริการเสริมในขณะที่นั่งอยู่ในรถ เผื่อผู้โดยสารจะให้ตนให้บริการเสริม 
 
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

‘จ่าประสิทธิ์’เดือดเรียก‘เจ๊ยอด’ หลัง‘บุญยอด’อัดรัฐบาล‘ปู’ผลาญงบไปตปท.

ข่าวสด 16 สิงหาคม 2555 >>>





 ที่รัฐสภา หลังจากนายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการฯ เสียงข้างน้อย อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณว่า ตนติดใจ คือ 1.กรณีสถานวิทยุแห่งประเทศไทย ในรายการ “จัตุรัสข่าว” ที่ออกอากาศประจำวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ เป็นรายการของคนภายนอกที่ทำสัญญา คือบริษัท เวิลด์เอ็นเตอร์เทนเม้นท์เน็ทเวิร์ค จำกัด ซึ่งในรายละเอียดมีข้อสงสัย และส่วนที่ต้องซักถาม เนื่องจากไม่ตรงตามนโยบาย เพราะเป็นรายการทางการเมืองอย่างแท้จริง  เพราะตามสัญญา ข้อ 13 ระบุว่า “ห้ามไม่ให้ผู้เช่าเวลาเกี่ยวกับการเมือง หากผู้เช่าเวลาฝ่าฝืนและเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย ผู้ให้เช่ามีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากผู้เช่าอีกด้วย‘ ซึ่งรายการนี้มีผู้จัดรายการคือ คอลัมน์นิสต์นักหนังสือพิมพ์ ครั้งหนึ่งเคยมีการออกอากาศ ในชื่อตอน "รัฐประหาร โดยศาลรัฐธรรมนูญ" เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ศาลมีอำนาจรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือไม่

 นายบุญยอด กล่าวอีกว่า และ 2. รายการชนักปักหลังพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในรายการมีการพาดพิงถึงส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นตนอยากถามว่า ได้มีการตักเตือนรายการเหล่านี้หรือไม่ และยังพบความไม่ชอบมาพากล เนื่องจากรายการเหล่านี้เป็นรายการต้องเช่าเวลา แต่สัญญาฉบับนี้มีการลดราคาให้เหลือ 10 เปอร์เซ็นต์ โดยค่าเช่าเวลาอยู่ที่ 250,000 บาท ได้เวลาโฆษณา 7 นาที เดือนละอย่างน้อย 20 ตอน เฉลี่ยเป็นเงิน 1.4 ล้านบาท  ซึ่งกรมประชาสัมพันธ์ได้เคยชี้แจง เพียงว่าต้องการผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ขอตั้งข้อสังเกตว่า ตามนโยบายของรัฐบาล ต้องไม่ก้าวก่าย และให้เสรีภาพแก่สื่อมวลชน และขอปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ 5 เปอร์เซ็นต์

 นายบุญยอด ได้อภิปรายเปรียบเทียบงบการเดินทางไปต่างประเทศระหว่างรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เดินทางไปประชุมที่กรุงดาวอส ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ด้วยเครื่องบินพาณิชย์ โดยใช้งบประมาณ 4 ล้านบาท ขณะที่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางไปประชุมที่เดียวกัน กลับใช้งบ ถึง 13 ล้านบาท เพราะเดินทางด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ

 ทำให้จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า เรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่นนี้ไม่น่าใส่ใจ ไม่น่าใส่ใจ ไม่ใช่ลูกผู้ชาย เขาถึงเรียก ‘เจ๊ยอด’ เพราะนายกฯ เขาทำงาน คนที่เดินทางไปมีเยอะ ก็ต้องใช้เงินเยอะ แล้วรัฐบาลที่ใช้เงิน 6 พันล้านบาท ฆ่าคน ทำให้นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้ตัดบททันที สั่งห้ามจ.ส.ต.ประสิทธิ์  พูดต่อ

 ทำให้นายกุลเดช พัวพัฒนกุล ส.ส.อุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นประท้วง ขอให้จ.ส.ต.ประสิทธิ์ถอนคำพูด ที่เรียกนายบุญยอด ว่า ‘เจ๊ยอด’ จึงทำให้นายบุญยอด ลุกขึ้นชี้แจงว่า เรื่อง 13 ล้านบาทไม่ใช่เรื่องเล็กๆน้อยๆ ขอให้ไปถามคนสุรินทร์ ว่าเป็นเรื่องเล็กหรือไม่ ทำไมจึงไม่ประหยัดงบกัน อย่างไรก็ตามตนคงจะไม่ไปเทียบความเป็นลูกผู้ชายกับท่าน และคงไม่เดินเข้าไปชกหน้า และจะไม่ตอบโต้ กับคนๆนี้ เพราะตนเป็นลูกผู้ชายพอ

 อย่างไรก็ตามนายกุลเดช ได้ย้ำให้จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ถอนคำพูด ทำให้จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ยอมถอนคำพูด โดยระบุว่า ตนเป็นลูกผู้ชายพอ ถ้าพูดอะไรเกินเลยก็ขอถอน ขณะที่นายอรรถพร พลบุตร ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้เรียกร้องให้ประธานฯ ได้ควบคุมการประชุม อย่าให้องค์รักษ์ หัวโขนออกมาประท้วง จากนั้นจึงเข้าสู่การประชุมต่อไป

 
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""End""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

เพือ่นขอฝากให้ ดร เก็บไว้ในห้องสมุดของมหาวิทยบาลัยประชาชน
Monday, August 13, 2012
Dr. B.R. Ambedkar - THE GREATEST INDIAN



"The hunt for The Greatest Indian has come to a Celebratory End! The votes are in and the people of India have spoken.


The Greatest Indian to have ever lived after Mahatma Gandhi is Dr.B.R Ambedkar"

This is the announcement made by the CNN-IBN news channel on August 11, 2011 as the outcome of the poll conducted by them along with History TV 18 channel and the magazine Outlook. It is good to be late than never -देर आयात दरुस्त आयात . This recognition of Ambedkar was overdue. The CNN-IBN schedule of programmes indicates that the formal announcement will be made on the Independence Day on August 15. Of course, it is a fulsome tribute to the great son of India and rightly so. The poll on the greatest Indian conducted, in line with such polls on the BBC, by the CNN-IBN and History TV 18 is appreciable. The media partner of the exercise, the magazine Outlook has done a tremendous work in bring out a special number –‘B.R. Ambedkar – Greater than Nehru’ which quite informative. My congratulations to the organizers of the opinion poll.

Three things come to my mind which I would like to share. One – to become the greatest Indian is a well deserved recognition of the worthy son of India, Dr. B.R. Ambedkar which shall be appreciated and accepted by all. Second, we shall tend avoid the controversy on comparisons of greatness like the greatest Indian after Gandhi or greater than Nehru. The fact that Ambedkar has topped the elite club of the greats by his own right, the other greats like Gandhi and Nehru and many more have become ‘one of the greats. The monopoly has been broken. Thirdly, it is clear that Ambedkar is not an icon of the dalits alone but a national hero. The earlier it is accepted the better. Yogendra Yadav, one of the Jury members, rightly said in his assessment “The selection (of nominees) as much about us…we still largely see through Nehru’s eyes. Dr. Ambedkar stands very very tall (despite being ignored by the main stream). He was just not a dalit icon but a scholar as well.”

Yet another thought before I conclude. It is the hypocrisy of the urban middle class. The Market Research Survey, one of the components of the poll for the greatest Indian, conducted by AC Neilsen ranked Ambedkar at number 6 out of the ten short listed. It clears spells the mindset of the caste ridden society. The Jury of the poll was high power and well represented by the intelligential and the upper crust of the society. The intellectual bankruptcy was at its best. Out of the 28 members of the jury only 6 voted for Ambedkar as against 14 for Nehru. Two of the Jury members voted for Patel and one for JRD Tata. Five members did not cast their votes. The Jury ranked Ambedkar at number 2 after Nehru. The popular vote clearly and decisively weighed in favour of Ambedkar with highest number of votes. In spite of all obvious odds, Ambedkar made it to the top in the final run. The final results would be formally made known on August 15. The media is silent. No national paper, to my knowledge, has picked up the event as news worthy. It is shameful of the so-called independent and free media.




ผู้เขียน
About Me
ramesh chanderi am a retired diplomat. last position held was: ambassador of india to belarus.indian (punjabi) with a simple background. married to vidya. we have three children.
View my complete profile
ramesh chander
ดูขนาดเต็ม
ติดต่อฉัน
อีเมล
ใช้บล็อกเกอร์ตั้งแต่ มีนาคม 2553
การดูโปรไฟล์ - 1606บล็อกของฉัน
diplomatic titbits
เกี่ยวกับฉัน
เพศผู้ชาย
อุตสาหกรรมไม่หวังผลกำไร
อาชีพRetired diplomat
ตำแหน่งที่ตั้งGurgaon, NCR delhi, อินเดีย
แนะนำตัวi am a retired diplomat. last position held was: ambassador of india to belarus.indian (punjabi) with a simple background. married to vidya. we have three children.
ความสนใจcontemporary history, international relations, current affairs indian music like qwali, gazal and poetry
ดนตรีโปรดindian music-qawali, ghazal, punjabi folk music etc.
หนังสือโปรดcomtemporary history, diplomacy, biography of indian personalities, urdu (devnagri script) and punjabi poetry
 ตอบ ส่งต่อ


"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""



-- 
....
piangdin :-)

No comments:

Post a Comment